กระแสความนิยมการรับประทาน ผักเคล (Kale) หรือที่หลายคนเรียกว่า ผักคะน้าใบหยิก มีมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นผักใบสีเขียวเข้มที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดของอาหาร หรือซูเปอร์ฟู้ด ประโยชน์ของเคล มีทั้งแคลเซียม วิตามิน K วิตามิน C ธาตุเหล็ก กรดไขมัน Omega 3 มีโฟเลต และวิตามินบี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
วันนี้จะพาไปดูความสำเร็จของสองสามีภรรยา นายอร่าม ทรงสวยรูป วัย 61 ปี และ นางจันทร์เพ็ญ ทรงสวยรูป วัย 60 ปี ที่เกษียณตัวเองออกจากงานประจำ หันมาทำเกษตรสร้างรายได้

โดยก่อนหน้านี้ นายอร่ามมีอาชีพเป็นช่างภาพข่าวกีฬา และภรรยาเป็นอดีตข้าราชการครู สอนวิชาคณิตศาสตร์ ได้ลาออกก่อนเกษียณราชการ มาใช้พื้นที่ว่างหลังบ้าน ไม่ถึง 1 งาน ปลูกผักสลัดและผักนานาชนิดแบบปลอดสารพิษ จนได้มาตรฐาน GAP นำไปวางจำหน่ายบนห้างสรรพสินค้าชื่อดัง มานานเกือบ 7 ปีแล้ว และสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี
และในช่วง 2 ปีหลัง ได้ทดลองปลูกผักเคล เพื่อผลิตเป็นผงอาหารเสริมสัตว์เลี้ยง จำหน่ายแบบพรีออร์เดอร์ให้กับกลุ่มผู้สนใจผ่านทางสื่อโซเชี่ยลและช่องทางต่างๆ จนกลายมาเป็นรายได้หลักเดือนละเกือบ 5 หมื่นบาท

จึงนำเงินส่วนนี้มาต่อยอดสร้างโรงผลิตผงเคลและพืชสมุนไพรอบแห้ง ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP และได้รับใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา สามารถผลิตสินค้าออกจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยนางจันทร์เพ็ญเล่าว่า จุดเริ่มต้นในการปลูกผักเคล เกิดขึ้นเนื่องจากลูกชายและลูกสะใภ้ได้สั่งซื้ออาหารเสริมของสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศมาให้สุนัขและแมวที่บ้าน ซึ่งหนึ่งกระปุกมีราคาสูงถึงหลักพันบาท และมาทราบว่าอาหารเสริมนั้นผลิตมาจากผักเคล

ประกอบกับก่อนหน้านี้ ตนก็ปลูกพืชผักสวนครัวและผักสลัดปลอดสาร ออกวางขายบนห้างสรรพสินค้าอยู่แล้ว จึงหาซื้อพันธุ์ผักเคลมาทดลองปลูก ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยในสวนหลังบ้าน แบ่งมาทำแปลงปลูกเคล ซื้อกล้าพันธุ์มาต้นละ 3 บาท เริ่มปลูกจาก 10 ต้นก่อน
จากนั้นได้ศึกษาเรียนรู้จากสื่อโซเชี่ยลและได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอโชคชัย เกี่ยวกับการดูแลต้นเคลให้เจริญเติบโตให้ผลผลิต ก่อนจะทดลองนำมาอบแห้งและบดเป็นผง ใช้แทนผงอาหารเสริมที่สั่งซื้อมาจากต่างประเทศ

ซึ่งก็ปรากฏว่าใช้แทนกันได้ดี จึงศึกษาต่อในเรื่องของการขยายพันธุ์เพื่อผลิตเพิ่มมากขึ้น แล้วนำไปขายแบบพรีออร์เดอร์ในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ซึ่งเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ จนตอนนี้ติดตลาด มีเคลภายในสวนประมาณ 300 ต้น แต่ก็ยังไม่สามารถจะผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ต่อมากระแสความนิยมการรับประทานผักเคลภายในสังคมไทยเริ่มมีมากขึ้น จึงลองนำใบเคลสดไปวางขายร่วมกับผักสลัดและผักสวนครัวทั่วไปภายในห้างที่เปิดวางขายอยู่แล้ว ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้สามารถเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเคลได้อีก 1 ช่องทาง

โดยราคาจำหน่ายเคลสด จะอยู่ที่ขีดละ 50 บาท ขณะที่ราคาเคลผงอบแห้งอาหารสัตว์ จะอยู่ที่ขีดละ 500 บาท ในแบรนด์ที่ชื่อว่า “Office ชาวนา”

นางจันทร์เพ็ญบอกถึงวิธีการดูแลเคลว่า คล้ายกับการปลูกผักทั่วๆ ไป อายุตั้งแต่เริ่มต้นลงกล้าพันธุ์ จนถึงได้เก็บใบจำหน่ายใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จากนั้นจะทยอยเก็บใบอ่อนที่ต้องอ่อนพอดีๆ นับจากยอดลงมาประมาณใบที่ 6-8 จะสามารถนำไปจำหน่ายเป็นใบสดได้

ส่วนใบแก่ที่เหลือเกินกว่านั้น จะนำมาเข้าขั้นตอนอบแห้งและบดเป็นผง จำหน่ายเป็นอาหารเสริมสัตว์ เพียงแต่ต้องระวังเรื่องโรคที่มาจากแบคทีเรียและไวรัส เป็นพิเศษ รวมถึงระวังแมลงศัตรูพืช อย่างเช่น หนอนชักใบ และในช่วงหน้าฝนต้องหมั่นดูแลแปลงให้สะอาด หากพบเป็นโรคหรือมีแมลง ต้องรีบกำจัดทิ้งโดยทันที

“ตอนนี้สามารถผลิตเคลสดส่งขาย ทำรายได้ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน ส่วนกำลังผลิตผงเคลอาหารเสริมสัตว์ จะอยู่ที่ประมาณ 3 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ทำให้มีรายได้จากผงเคล เดือนละประมาณ 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว”

และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมผลิตผงเคลจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปอีกช่องทางหนึ่งด้วย
ใครที่สนใจ ติดต่อได้ที่ลุงอร่าม โทร.08-1911-2607 หรือจะได้ดูสวนเคลของจริงกันได้ที่บ้านเลขที่ 258 หมู่ที่ 9 ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา
ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ