สลิล มือกลองหญิงไทย ในแคนาดา ใส่ชุดไทย-ผมโก๊ะตีกลอง พูดคุยกับ “สลิล ชีวพันธุศรี” มือกลอง-โปรดิวเซอร์ เพลงแนวอีสาน-ฟังก์ ภูมิใจโชว์ความเป็นไทยให้ต่างชาติได้ชม
การเดินทางสู่อาชีพ นักดนตรี-คนทำเพลง
“ตอนอยู่ที่ไทย สลิลก็เล่นกลองอยู่แล้ว ตอนนั้นอายุ 17 ปีก็เริ่มเล่นให้กับศิลปินไทย พี่อรอรีย์ก่อน เขาเห็นเราจากในยูทูป (ยิ้ม) ก็เลยชวนไปเล่นกลองด้วย สลิลเลยได้เข้าสู่วงการเพลงตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ

หลังจากนั้น สลิลก็ไปอยู่ที่แคนาดา ตอนนั้นอายุ 20 ปี คุณพ่อ คุณแม่ส่งไปเรียนที่อเมริกา จากนั้นมีวงดนตรีที่แคนาดาเห็นผลงานที่เราลงในยูทูป วงที่แคนาดาเลยเรียกเราไปเล่นที่นั่นค่ะ
เราก็ได้ไปออกทัวร์ ไปออกเพลงด้วยก็เลยกลายเป็นว่าเราไปอยู่ที่แคนาดาเลย

พอเล่นกับวงไปได้สักพัก เราเริ่มฟังเพลง Funk Soul มากขึ้น พอเราฟังแนวนี้มากขึ้นก็เลยตัดสินใจออกจากวงเดิม เพื่อมาเล่นกับวงใหม่ๆ ไปทุกแนวเพลงเลยค่ะ จนอยากมาทำเพลงเป็นของตัวเอง”
อยากทำดนตรีแนวใหม่ ที่ไม่มีใครเคยทำ
“ตอนนี้สไตล์อัลบั้มชุดใหม่ที่สลิลทำเป็น Afro-Isan Soul คือจะเป็นการผสมผสาน Afro Jazz กับ Thai Funk หรือว่าหมอลำนั่นเอง
ถามว่าทำไมสลิลถึงสนใจดนตรีแนวนี้ สลิลว่าดนตรีอีสาน หรือคนอีสานเป็นคนที่รักสนุก อย่างดนตรีหมอลำ เขาก็จะเล่นกันตั้งแต่เย็นๆ จนถึงรุ่งเช้าเลย

สลิลคิดว่าดนตรี Funk เป็นดนตรีที่สนุกอยู่แล้ว ทั้งสองอย่างเลยน่าจะรวมกันได้
ส่วนดนตรี Afrobeat หรือดนตรีที่มาจากแอฟริกาจะมีจังหวะที่ค่อนข้างยก ซึ่งมีจังหวะที่คล้ายกับเพลงหมอลำมากก็เลยนำทั้งหมดที่เราชอบมารวมกันค่ะ (ยิ้ม)

สลิลอยากจะทำดนตรีแนวใหม่ที่ไม่มีใครเคยทำ และเราเองก็เป็นคนไทย แต่เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องดนตรีไทยเลย
สำหรับตัวเองก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีไทยไปด้วย พร้อมกับเพื่อที่ได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ทั่วโลกได้ฟังด้วย

จากที่เริ่มทำเพลงของตัวเองถึงตอนนี้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากค่ะ (หัวเราะ) อยู่ดีๆ ก็ได้ไปเล่นดนตรีที่นั่น ที่นี่

สลิลได้เล่นเฟสติวัลใหญ่ๆ ที่แคนาดาด้วย ชื่อ Montreal International Jazz Festival และก็จะเริ่มไปอเมริกา และแพลนไปยุโรปด้วยค่ะ”
สวมชุดแบบไทย ใส่ผมโก๊ะตีกลอง
“จริงๆ สลิลก็อยากจะมีสไตล์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว เราอยากจะมีทรงผมที่แปลกตา ตอนนั้นก็คิดๆ อยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาแบบไหน

พอดีมีพี่ที่ทำงานในสถานทูตไทยในแคนาดา Ministry of Culture อยู่ที่นั่นก็อยากให้ช่วยเป็น Soft Power วัฒนธรรมไทยให้หน่อย เขาก็เลยชวนให้เราแต่งชุดไทยตีกลอง และก็แนะนำผมโก๊ะให้เราใส่
ครั้งแรกที่ใส่ชุดไทย ด้วยความที่เราไม่ได้ใส่ชุดไทยมาตั้งแต่เด็ก พอได้แต่งชุดไทยก็รู้สึกว่า This’s ours. Nobody can take it from us. มันเป็นของเราเอง ไม่มีใครสามารถเอาของคนไทยไปใส่ได้

อย่างเวลาขึ้นโชว์ ต่างชาติไม่เคยเห็นชุด ผมแบบนี้มาก่อน เขาก็จะชอบอะไรที่ไม่เคยเห็น เขาก็มาถามว่าไปหาผมมาจากไหน (หัวเราะ) เขาอยากได้กันมาก”
ความสุขของคนทำเพลง
“สลิลมีความสุขที่ได้ทำเพลงของตัวเอง ได้เผยแพร่ดนตรีใหม่ๆ ที่ผสมผสาน Thai-Afro Jazz มีความสุขกับการได้เล่น ได้ปาร์ตี้กับคนดูด้วย
ที่สำคัญคือการได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงที่อยากจะตีกลอง หรือว่าอยากจะทำเพลงเป็นของตัวเอง

รวมถึงคนที่ได้ฟังเพลงก็จะได้ย้อนนึกถึงเรื่องราวในชีวิตเขา ได้มาแชร์กันว่าฟังเพลงแล้วรู้สึกอย่างไร
สลิลคิดว่าดนตรีทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ทำให้เรามีความรักต่อตัวเองมากขึ้น กระทั่งทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วยค่ะ (ยิ้ม)”

สามารถติดตามอัลบั้มใหม่ล่าสุดของสลิล ในชื่อ Rammana ได้ที่ Salinmusic.com หรือในอินสตาแกรม Salin_Music และช่องทางยูทูป Salin
ขอบคุณสถานที่สัมภาษณ์ : Chutie is Baking ถ.เจริญกรุง