ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลรับทรัพย์ของชาวบ้านเมืองในหมอก หรือ “บ้านในเตา” ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งทุกปีเมื่อถึงฤดูกาลของผลไม้ ซึ่งเป็นผลไม้ปลอดสารพิษทั้งหมด ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปลูกไว้กินเองเกือบทุกหลัง

แต่หากเหลือก็จะนำมาขาย เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง โดยเฉพาะทุเรียนพื้นบ้านที่ชาวบ้านปลูกกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากขายผลสดแล้ว หลายครัวเรือนยังนำไปทำทุเรียนกวนย่างไฟขายด้วย
โดยปีนี้ก็เช่นกันพบว่า ชาวบ้านหลายครัวเรือน ทั้งชายหญิงโดยเฉพาะผู้สูงวัย ต่างขะมักเขม้นในการกวนทุเรียนด้วยกระทะใบใหญ่ ใช้ถ่านและเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น เศษไม้ เปลือกมะพร้าวและกะลามะพร้าว ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาทำเชื้อเพลิง ทำให้ทุเรียนกวนของที่นี่หอมอร่อยและเป็นตำบลเดียวในจ.ตรัง ที่ชาวบ้านทำทุเรียนกวนย่างไฟ

แต่ปีนี้แตกต่างจากทุกปีคือ ชาวบ้านจะนำทุเรียนหมอนทองมากวนด้วย เนื่องจากปีนี้ผลผลิตทุเรียนทั้งทุเรียนพื้นบ้านและหมอนทองมีผลผลิตน้อย เพราะปีที่ผ่านมาฝนตกชุกทำผลผลิตติดน้อยและถูกแมลงเจาะ เพราะไม่ได้ฉีดสารเคมีและราคาถูก ชาวบ้านจึงไม่ได้ขายสด
ส่วนใหญ่นำมาทำทุเรียนกวนแบบย่างไฟขาย กวนกันไปย่างกันไปควันโขมงและทุกครัวเรือนจะมีลูกค้าเป็นของตนเองจนทำไม่ทัน ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาสร้างรายได้เข้าชุมชนหลายล้านบาท จากการจำหน่ายทั้งผลสด และแปรรูปทุเรียนกวนย่างไฟ

โดยทุเรียนกวนในเตา จะใช้เนื้อทุเรียนล้วนๆ ไม่ผสมแป้งใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงน้ำตาลทรายและเกลือเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนการย่างก็จะนำทุเรียนกวนห่อด้วยกาบหมากที่ลอกเอาไว้อย่างดี และมัดด้วยกาบหมากอีกที ก่อนนำไปย่างไฟ ทำให้สามารถเก็บได้นานข้ามปี

ซึ่งการกวนต้องกวนแบบไม่หยุดพัก ใช้เวลานานหรือไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงต่อกระทะ ขึ้นอยู่กับปริมาณทุเรียนที่กวนแต่ละครั้งและยังต้องนำมาย่างไฟจนแห้งอีกประมาณ 2-3 วัน
ด้าน นางอุบล รอดอยู่ ชาวบ้านตำบลในเตา วัย 72 ปี เล่าว่า ตนเองทำทุเรียนกวนย่างไฟมาตั้งแต่สมัยยังสาวๆ ขายกิโลกรัม (ก.ก.) ละ 350 บาท ครึ่งก.ก.ราคา 180 บาท หรือแบบห่อ ห่อละ 100 บาท หรือขายตามน้ำหนัก

ปีก่อนๆ จะกวนทุเรียนบ้าน ส่วนทุเรียนหมอนทองจะขายสด แต่ปีนี้ทุเรียนน้อย ผลผลิตไม่ดี จึงนำมากวนทั้งหมด โดยจะใช้เนื้อทุเรียนล้วนๆ ใส่น้ำตาลเล็กน้อย ไม่ใส่เกลือ ปีที่ผ่านมาได้ประมาณ 20,000 บาท ส่วนลูกค้าก็จะเป็นญาติๆ และขาประจำ

ส่วน นางจินดา พลฤทธิ์ ชาวบ้านตำบลในเตาอีกราย วัย 68 ปี บอกว่า ตนเองทำทุเรียนกวนย่างไฟมาตั้งแต่ปี 2538 หรือตั้งแต่อายุ 25 ปี โดยปีที่แล้วทำกับเพื่อนๆ รวม 4 คน ขายได้กว่า 500 ก.ก. ก.ก.ละ 340 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วได้กำไร แบ่งกันได้คนละ 30,000 บาท
ปีนี้ทำคนเดียวเพราะทุเรียนมีน้อย ราคาขายก.ก.ละ 360 บาท ทำเป็นห่อ ห่อละครึ่งก.ก. ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเจ้าประจำและทำไม่ทันเพราะลูกค้าจะสั่งเข้ามาเรื่อยๆ

ขณะที่ น.ส.ศิริพร ศิริทรัพย์ วัย 43 ปี มีอาชีพหลัก คือ เป็นช่างเสริมสวย แต่เป็นชาวบ้านเพียงเจ้าเดียวในตำบลในเตาและใน จ.ตรัง ที่หันมาทำมังคุดกวนเตาถ่านขายมาแล้ว 3 ปี เนื่องจากพื้นที่รอบบ้านปลูกผลไม้ไว้ทุกชนิด
โดยเฉพาะมังคุดมีเป็นจำนวนมาก ปกติจะเก็บผลสดที่แก่จัดขาย แต่เมื่อเก็บขายไม่ทันลูกจึงสุกเป็นสีดำ ทำให้ขายไม่ได้จะทิ้งก็เสียดาย จึงเรียนรู้จากยูทูบในการทำมังคุดกวนและพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ

โดยปีที่แล้วมังคุดราคาดีมาก ก.ก.ละ 50-60 บาท แต่ปีนี้เหลือแค่ ก.ก.ละ 8 บาท จึงไม่ขายผลสดเลยปล่อยให้สุก แล้วสอยมาทำมังคุดกวนทั้งหมด ซึ่งจะคัดทุกลูก ลูกที่หล่นลงพื้นจะไม่นำมาใช้เลย เพราะเนื้อจะช้ำ เมื่อกวนแล้วกลัวจะเสียง่ายหรือกลัวจะเกิดเชื้อรา เก็บได้ไม่นาน
จะใช้เนื้อมังคุดล้วนๆ แกะเอาเนื้อทั้งลูกรวมทั้งเมล็ด ไม่ผสมแป้งใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงน้ำตาลทราย เกลือเล็กน้อยและน้ำกะทิเท่านั้น ขายดีจนทำไม่ทันและต้องรับออร์เดอร์ข้ามปี

เมื่อกวนเสร็จแล้วตัดใส่กล่อง เนื้อมังคุดกวนจะออกสีสวยธรรมชาติและมีรสชาติคล้ายกับมะม่วงกวนผสมกล้วยคือ หอมอร่อย หวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย หนึบหนับกำลังดี แถมยังมีเมล็ดมังคุดอยู่ด้านใน ซึ่งคล้ายกับเม็ดอัลมอนด์เลยทีเดียว

หากกวนเต็มกระทะใช้เนื้อมังคุดสด 7 ก.ก. ใช้เวลากวนติดต่อกัน 6 ชั่วโมง จะได้เนื้อมังคุดกวนราว 4.5-5 ก.ก. ขายก.ก.ละ 500 บาท หรือครึ่งก.ก. ราคากล่องละ 250 บาท เก็บใส่ตู้เย็นได้นานเป็นปี ไม่มีสารกันบูด
สำหรับผู้สนใจทุเรียนกวนย่างไฟ สอบถามได้ที่มิ้ง โทร. 08-2434-0498 และมังคุดกวนเตาถ่าน แม่ดล เฟซบุ๊ก AKo DoL โดยจะมีให้ได้กินกันจนหมดฤดูกาล
เมธี เมืองแก้ว