นับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจมาแรงอีกตัวสำหรับ ด้วงสาคู แมลงกินได้ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีน ไขมันมันดี และแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม กรดอะมิโนจำเป็น และกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงกว่าน้ำมันปลา เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทย มีการนำด้วงสาคูมาแปรรูปและพัฒนา
ด้วงสาคูมีวงจรชีวิตสั้น เพาะเลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนัก ขายได้ราคาดี

โดย น.ส.ลัดดาวัลย์ ชนะศรี หรือเทศ เกษตรกรวัย 46 ปี ชาว ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เจ้าของฟาร์มเพาะพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูรายใหญ่ใน จ.ตรัง ซึ่งผันตัวจากเกษตรกรชาวสวนยางพารา หันมาเพาะพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูหรือแมงหวัง (ตัวด้วงสาคูที่โตเต็มวัย)
เริ่มจากการเพาะเลี้ยงด้วงสาคูขาย ต่อมามีการต่อยอดเพาะพ่อแม่พันธุ์ในกะละมัง โดยวางเรียงซ้อนกันแบบคอนโด ทำให้ประหยัดพื้นที่ สามารถสร้างรายได้ถึง 2 ทาง ได้กำไรงามสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 บาท หรือกว่า 100,000 บาทต่อเดือน และเป็นฟาร์มเพาะพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูแบบคอนโดในกะละมังรายใหญ่ที่สุดใน จ.ตรัง

โดยมีทั้งหมดกว่า 1,000 กะละมัง ขายตัวละ 4-5 บาท หรือคู่ละ 8-10 บาท แต่ละสัปดาห์จะส่งพ่อแม่พันธุ์หรือแมงหวัง ขายได้ 4,000-5,000 คู่ หรือกว่า 10,000 ตัว สร้างรายได้ 20,000-30,000 บาทต่อสัปดาห์ หรือกว่า 100,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว
ลัดดาวัลย์เล่าให้ฟังว่า เมื่อว่างจากการกรีดยางพาราจึงคิดหารายได้เสริม เนื่องจากมีภาระครอบครัวและส่งลูกเรียนหนังสือ ต่อมาได้เห็นคนรู้จักเลี้ยงด้วงสาคูขาย โดยมีขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก ใช้พื้นที่น้อย จึงศึกษาค้นคว้าเรื่อยมา

จนกระทั่งมาเริ่มทดลองเลี้ยงด้วงสาคู 10 กะละมังแรก เมื่อขายดีจึงขยายออกเป็น 20-30 กะละมัง แต่ติดปัญหาที่ต้องซื้อพ่อแม่พันธุ์ในราคาแพง จึงคิดทำพ่อแม่พันธุ์เอง โดยปล่อยให้ตัวด้วงมีอายุประมาณ 40-45 วัน ก็จะได้พ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์

จากนั้นจึงคัดแยกเพศ ซึ่งตัวผู้จะมีหนวดงวงสั้น ตัวเมียงวงเรียงยาวไม่มีหนวด โดยการนำตัวผู้ 2 ตัวต่อตัวเมีย 4 ตัว ให้อยู่กะละมังเดียวกันให้อาหารประเภทรำข้าว กากน้ำตาล อาหารหมู และแป้งสาคูที่ได้จากต้นสาคูหรือกากมะพร้าวสับ ผสมกับน้ำเปล่าจนชุ่มชื้นปิดฝากะละมัง ปล่อยทิ้งไว้จนวางไข่โดยใช้เวลา 10 วัน

จนกลายเป็นตัวด้วงพร้อมขายใช้เวลา 30-35 วัน ราคากิโลฯ ละ 200 บาท หากทิ้งไว้จนครบ 45 วัน ก็จะกลายเป็นพ่อแม่พันธุ์พร้อมบรรจุขวดน้ำพลาสติกขาย โดย 1 ขวดจะมี 100 ตัวเป็นตัวผู้ 20 ตัวและตัวเมีย 80 ตัว

ซึ่งมีตลาดออนไลน์ส่งขายทั่วประเทศ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน ทำให้ตอนนี้การเพาะเลี้ยงด้วงสาคูกลายเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว โดยมีเกษตรกรจากหลายจังหวัดเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

ทำให้ด้วงสาคูที่เคยถูกมองว่าเป็นแมลงศัตรูพืชในตระกูลปาล์ม เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ต้นลาน ต้นสาคู กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ให้โปรตีนสูง

สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ ด้วงสาคูทอด ด้วงสาคูคั่วเกลือ ด้วงสาคูทอดสมุนไพร ผัดเผ็ดด้วงสาคู แกงอ่อมด้วงสาคู แกงหน่อไม้ดองด้วงสาคู
แต่ทางฟาร์มของ น.ส.ลัดดาวัลย์ เลือกที่จะเพาะพ่อแม่พันธุ์ขายเป็นหลัก เพราะสร้างรายได้ดีกว่าและทำขายได้ตลอดทั้งปี ไม่เสี่ยงต่อฝนฟ้าอากาศเหมือนพืชหรือสัตว์เศรษฐกิจชนิดอื่น

น.ส.ลัดดาวัลย์กล่าวต่อว่า สำหรับราคาพ่อแม่พันธุ์ จะจำหน่ายอยู่ที่คู่ละ 10 บาท ไซซ์รองลงมาขายคู่ละ 8 บาท มี 2 ราคา แต่ละสัปดาห์จะได้ 4,000-5,000 คู่ต่อสัปดาห์

ลูกค้าส่วนมากเป็นเจ้าประจำและเจ้าใหม่ที่มีการบอกต่อกันมา ส่งไกลที่สุดคือเชียงราย และทั่วประเทศ ผลตอบรับดีมาก เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเราได้ ไม่ว่าฝนตกแดดออกก็เลี้ยงได้ เป็นงานที่อยู่กับบ้านเป็นอาชีพอิสระ

ส่วนเกษตรกรที่สนใจจะมาดูวิธีการเลี้ยง หรือต้องการสั่งซื้อสามารถสั่งซื้อได้ทางเฟซบุ๊ก ลัดดาวัลย์ ชนะศรี (ฟาร์มด้วงลัดดาเมืองตรัง โทร. 08-7468-5684)
ทรงวุฒิ นาคพล