10 ปกหนังสือขายดีใน “Read to Rise อ่านผลิบาน” ของสำนักพิมพ์มติชน ก่อนลาโรงงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 30

วันนี้ยังมีเวลาที่บรรดาหนอนหนังสือจะร่วมซื้อหาสินค้าทางปัญญา

ตั้งแต่วันเปิดงานวันที่ 9 ตุลาคม สำนักพิมพ์มติชน บูธ J02 มีหนังสือขายดีติดอันดับ 10 ดังต่อไปนี้

ข่าวสดบุ๊กสโตร์

อันดับที่ 1 : Future of Thailand อนาคตประเทศไทย (ทั้งปกอ่อนและปกแข็ง)

โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ร่วมหาคำตอบผ่านบทความวิชาการที่เสนอนโยบาย แสดงวิสัยทัศน์ และยกกรณีตัวอย่างจากบันทึกการเดินทาง ผ่านเนื้อหาที่เข้มข้น ครบครัน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสถานะของไทยในระดับโลก

อันดับที่ 2 : ห้วงแห่งความเงียบงัน : ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519

โดย ธงชัย วินิจจะกูล

แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส

หนังสือวิชาการที่มีกลิ่นอายของบันทึกความทรงจำเล่มนี้ คือพันธกิจชีวิตและคำอุทิศของทั้งนักเขียนและนักแปล ที่ชวนให้ผู้อ่านเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของ “ความทรงจำ” หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 จบลง และยังคงหลอกหลอนภายใต้ภาวะเงียบงันของสังคมมากว่าครึ่งศตวรรษ

อันดับที่ 3 : Amidst the Global Sea Power : ไทยในสมรภูมิมหาสมุทรโลก

โดย ปิติ ศรีแสงนาม และ จักรี ไชยพินิจ

ความพยายามของจีนในการก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ หรือสังคม-วัฒนธรรม ผ่านการสร้างองค์กรความร่วมมือกับนานาประเทศ ได้นำมาซึ่งความวิตกกังวลของสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรที่ต่างพยายามสกัดกั้นอิทธิพลของจีนในหลากหลายรูปแบบ โดยมุ่งเน้นไปที่มิติการสกัดกั้นทางทะเลเป็นหลัก ภายใต้กรอบแนวคิดทฤษฎีสมุททานุภาพ (Sea Powers) ซึ่งเน้นการควบคุมเส้นทางเดินเรือและจุดยุทธศาสตร์ทางทะเล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์และการต่อรองระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน จีนเองก็ได้ตอบโต้นโยบายของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มพันธมิตร ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือ และขยายอิทธิพลทางทะเลผ่านยุทธศาสตร์ ‘เส้นทางสายไหมทางทะเล’ (Maritime Silk Road) ควบคู่ไปกับโครงการ ‘หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง’ (Belt and Road Initiative-BRI)

โดยจีนได้ลงทุนสนับสนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่สำคัญ อาทิ ท่าเรือน้ำลึกฮัมบันโตตา (Hambantota) ในศรีลังกา และท่าเรือกวาดาร์ (Gwadar) ในปากีสถาน เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ และพันธมิตร

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง 2 ฟากมหาสมุทรเช่นนี้ ไทยและประชาคมอาเซียนจะปรับตัวอย่างไร เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการปิดล้อมทางทะเลและการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติในท้องมหาสมุทรของ 2 ขั้วมหาอำนาจนี้

ข่าวสดบุ๊กสโตร์

อันดับที่ 4 : ประวัติศาสตร์ที่เพศสร้าง

โดย ชานันท์ ยอดหงษ์

การเขียนประวัติศาสตร์ตามขนบ ซึ่งมุ่งเน้นการเล่าชีวประวัติ การพรรณนาวีรกรรมและเหตุการณ์ความขัดแย้งของบุคคลสำคัญ รวมถึงการเรียงลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เป็นแนวดิ่งตามราชธานี ตรงกันข้ามกับแนวทางการเขียนประวัติศาสตร์ที่นำเอาสาขาความรู้ต่างๆ เช่น ประชากรศาสตร์ สถิติปริมาณ และเศรษฐศาสตร์ มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์ ตลอดจนการพิจารณาสายธารแห่งการเปลี่ยนแปลงของผู้คนและสังคมที่ต้องอาศัยช่วงเวลาอันยาวนานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ในการอธิบายปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ดี อุดมการณ์และแนวคิดจากทฤษฎีเฟมินิสต์และเควียร์จึงถูกนำมาใช้ในการศึกษาและเขียนประวัติศาสตร์ กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่หันมาอธิบาย “เพศภาวะและเพศวิถีในอดีต” ในฐานะสิ่งประกอบสร้างทางสังคม วัฒนธรรม การเมือง ค่านิยม และอุดมการณ์ การแสดงออกทางเพศและการยืนยันตัวตนทางเพศจึงกลายเป็นพื้นที่ของการดิ้นรนต่อสู้ เคลื่อนไหว และช่วงชิง มีเรื่องเล่า มีที่มาที่ไป มีเหตุการณ์สำคัญในอดีต และมีตัวละครในหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งดำรงอยู่ภายใต้ร่มเงาของปิตาธิปไตยและรักต่างเพศนิยม ที่ทำหน้าที่กำหนดโครงสร้าง ช่วงชั้น และจัดระเบียบสังคม

รวบรวมบทความจากงานเขียนที่ร้อยเรียงการนิยามและตีความคุณค่าความหมายของเรื่องเพศ ตั้งแต่เรื่องความเป็นแม่หญิงล้านนา การดิ้นรนต่อสู้ของผู้หญิงและ LGBTQ+ ในการประกอบอาชีพครู การปะทะและประท้วงของหญิงมุสลิมภายใต้โครงสร้างชายเป็นใหญ่ รวมถึงความรักของหญิงรักหญิงในโรงเรียนหญิงล้วน การใช้พื้นที่อย่างสนามหลวงและถนนราชดำเนินในการหาคู่ของเกย์และกะเทย ไปจนถึงเรื่องของหญิงชนชั้นนำในราชสำนักกับการแสดงตนในพื้นที่สาธารณะผ่านงานสาธารณกุศล

อันดับที่ 5 : ค้าขายด้วยใจ สไตล์พ่อค้าโอซาก้า

โดย กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (เกตุวดี มารุมูระ) และ เคนจิ นากามุระ

“โชนิน” จิตวิญญาณพ่อค้าญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ใส่ใจและมีความรักให้ลูกค้าอยู่เสมอ จะนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจในปัจจุบันได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวของพ่อค้าชาวญี่ปุ่นที่นำแนวคิด “โชนิน” มาใช้กับธุรกิจและช่วยทำให้ทั้งคนทำงานและลูกค้ามีความสุขมากขึ้น

ข่าวสดบุ๊กสโตร์

อันดับที่ 6 : เศรษฐกิจไทยฉบับทางรอด

โดย สมประวิณ มันประเสริฐ และ ก้องภพ วงศ์แก้ว

“ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ” ประโยคที่คุณอาจคุ้นหูและได้ยินเป็นประจำ และเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อเรารู้ถึงต้นตอของปัญหาแล้ว

ทว่า “ปัญหาทางเศรษฐกิจ” ก็ถือเป็นปัญหาที่คนทั่วโลกเผชิญกับในทุกยุค ทุกสมัย ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันหลังจากระบาดของโควิด-19 หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทยก็ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจตามๆ กัน อีกทั้งการเกิดขึ้นจากนโยบายทางเศรษฐกิของชาติมหาอำนาจ รวมถึงความขัดแย้ง และสงครามที่ปะทุขึ้นในหลายพื้นที่ โดยปัญหาทางเศรษฐกิจทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ แต่คนที่เจ็บหนักสุด “คนธรรมดา”

หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมและวิเคราะห์ปัญหาของเศรษฐกิจไทยได้อย่างครอบคลุมที่สุด โดยฉายภาพให้เห็นทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย พร้อมสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์ให้คอยเตือนใจถึง “บทเรียน” ในอดีต ก่อนจะขมวดประเด็นเพื่อเสนอแนะทางออกของเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน

อันดับที่ 7 : ประวัติศาสตร์ไทยหลายชาติพันธุ์

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการศึกษาประวัติศาสตร์ของไทยมีความยึดโยงกับ “รัฐไทย” และความเป็นชาตินิยม ผ่านความเชื่อว่าคนไทยแท้บริสุทธิ์มีจริง โดยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต ก่อนจะมีการเปลี่ยนทฤษฎีเรื่อยมาตามการพัฒนาของเทคโนโลยีและการเข้าถึงองค์ความรู้ หลักฐานใหม่ๆ ซึ่งท้าทายต่อความศักดิ์สิทธิ์ของชาติพันธุ์ไทย ว่า “คนไทยแท้” มีจริงหรือ

หนังสือเล่มนี้นำเสนอประวัติศาสตร์ไทยของคนไทย ที่เรียบเรียงเล่าใหม่โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ แบบไม่กล่อมเกลาชวนเชื่อ แต่ชวนให้คิดด้วยหลักฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิทยาศาสตร์ และมนุษยวิทยา ว่า “คนไทย” ไม่บริสุทธิ์ แต่มีการผสมผสานหลายชาติพันธุ์ที่มาร่วมปะทะสังสรรค์ในดินแดนอุษาคเนย์

ข่าวสดบุ๊กสโตร์

อันดับที่ 8 : Trump 2.0 ระเบียบโลกใหม่ยุค America First

โดย ประพีร์ อภิชาติสกล

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ หรือที่เรียกโดยเข้าใจอย่างง่ายว่า ทรัมป์ 2.0 พร้อมกับนโยบาย “America First” อันเป็นรากฐานของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา สร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจไปหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก ในอีกทางหนึ่งนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ก็มีความต่อเนื่องมาจากยุคทรัมป์ 1.0 เช่นกัน

นโยบายต่างประเทศของทรัมป์มีความแตกต่างจากนโยบายต่างประเทศในยุคอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกา ตรงที่ให้ความสำคัญกับภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) มากกว่าภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้หลายประเทศต้องปรับตัวและไหวตัวไปตามนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา

หนังสือเล่มนี้จะชี้ชวนให้ผู้อ่านมองนโยบายต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งจากยุคทรัมป์ 1.0 และทรัมป์ 2.0 เพื่อทำความเข้าใจและหาวิธีการต่อรองเพื่อให้ไทยรักษาผลประโยชน์ของประเทศไว้ในช่วงเวลาที่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนนโยบายให้ประเทศตัวเองมาก่อน

อันดับที่ 9 : ประวัติศาสตร์ การเมือง และหลักนิติธรรมแบบไทยๆ

โดย James Wise

แปลโดย: ฐนพงศ์ ลือขจรชัย

ข่าวสดบุ๊กสโตร์

ประวัติศาสตร์ การเมือง และหลักนิติธรรมแบบไทยๆ ชี้ให้เห็นความ “ไทยๆ” ที่แทรกซึมอยู่ในทุกมิติและเป็นคำตอบของหลายเหตุการณ์ในวิกฤตการณ์เมืองไทยผ่านมา”

“James Wise” อดีตเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย พาผู้อ่านย้อนรอยประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตั้งแต่เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 ไล่เรียงผ่านการปฏิรูปของกษัตริย์ สู่การปฏิวัติของคณะราษฎร ซึ่งต่างมีต้นแบบจากตะวันตกทั้งคู่ กระทั่งเข้าสู่ยุคการเมืองภายใต้การนำของกองทัพ และช่วงเปลี่ยนผ่านหลังรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 ที่วางรากฐานการเมืองไทยร่วมสมัยอย่างลุ่มลึก

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางการเมืองไทยที่ส่งผลต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเชื่อมโยงเข้ากับประเด็นด้านอัตลักษณ์ แนวคิดชาตินิยม และหลักนิติธรรม ซึ่งแม้จะมีรากจากแนวคิดตะวันตก แต่เมื่อผ่านบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทยก็แปรเปลี่ยนจนกลายเป็นลักษณะเฉพาะแบบ “ไทยๆ” อันเป็นเอกลักษณ์ของการเมืองไทยยุคปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ ยังตั้งคำถามสำคัญว่า เหตุใดประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมของไทยจึงแตกต่างจากแบบแผนในประเทศตะวันตก อีกทั้งชวนให้เราฉุกคิดว่าการเมืองไทยไม่อาจอธิบายได้ด้วยเพียงอำนาจหรือผลประโยชน์ หากแต่ต้องพิจารณารากฐานทางสังคมและวัฒนธรรมควบคู่กันไปด้วย

อันดับที่ 10 : ประวัติศาสตร์ “ครีเอทีฟ” ฉบับวัฒนธรรมมนุษย์

โดย Martin Puchner

แปลโดย คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์

วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ ที่สร้างสายใยยึดโยงผู้คนในแต่ละกลุ่มเอาไว้ อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากปัจเจกบุคคล หรือชุมชนใดชุมชนหนึ่งเท่านั้น แต่ก่อตัวขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยน และการหลอมรวมกลืนกลายจากวัฒนธรรมอื่นๆ จนกลายมาเป็นวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว

หนังสือเล่มนี้จะชวนผู้อ่านมาเรียนรู้และสังเกตพลวัตของวัฒนธรรม ตั้งแต่ภาพวาดบนผนังถ้ำ หลักคิดและปรัชญากรีก-โรมัน การออกเดินทางไปแสวงบุญในพื้นที่ต่างๆ การออกเรือไปผจญภัยในพื้นที่ใหม่ ไปจนถึงกระแส K-Pop ที่แม้จะมีกำแพงภาษาก็เข้าถึงผู้คนไปทั่วโลก

ร่วมอ่านให้ความคิดและจินตนาการ งอกเงย เติบโต และผลิบานได้ที่

บูธ “J02” สำนักพิมพ์มติชน มาพบกันได้ง่ายๆ เพียงเข้าประตู Hall 6 ถัดจากบูธสำนักพิมพ์ทองเกษม สำนักพิมพ์แม็กพาย และแปลน ฟอร์ คิดส์

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 (BOOK EXPO THAILAND 2025)

วันที่ 9-19 ตุลาคม 2568

ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

ผู้สื่อข่าวหรรษา

[email protected]

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน