บ้านบ่อโพธิ์ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในหุบเขาริมน้ำเฟี้ย ที่มีต้นกำเนิดในเขตเทือกเขาบริเวณรอยต่อระหว่าง อ.ด่านซ้าย จ.เลย กับ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ห่างจากตัว อ.นครไทย ประมาณ 30 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัว อ.ด่านซ้าย ประมาณ 15 กิโลเมตร

มี ‘ลำน้ำเฟี้ย’ ไหลผ่านพื้นที่ ต.บ่อโพธิ์ ต.ยางโกลน และรวมเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำแควน้อยในเขต ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย ความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร
บริเวณริมฝั่งลำน้ำเฟี้ย พบแหล่งเกลือสินเธาว์จำนวน 32 บ่อกระจายอยู่ ทำให้ชาวบ้านสามารถผลิตเกลือเพื่อไปแลกข้าวมาบริโภคในครัวเรือนได้ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงบ่อเดียวคือ “บ่อโพธิ์” เท่านั้น ที่ยังสามารถนำน้ำเกลือมาต้มผลิตเกลือได้

ที่มาของชื่อ ‘บ้านบ่อโพธิ์’ จึงมาจากชื่อของบ่อเกลือโบราณ ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นแห่งนี้เป็นอย่างดี
บ่อเกลือแห่งนี้อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ปากบ่อมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.50 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร
ชาวบ้านเล่ากันสืบต่อกันมาเกี่ยวกับบ่อเกลือพันปีว่า บ่อเกลือพันปีเป็นบ่อเกลือธรรมชาติที่ปรากฏมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล โดยถือกำเนิดจากการที่ชาวเมืองเชียงของประเทศลาว มีงานประเพณีจุดบั้งไฟประจำปี เชื่อว่า บั้งไฟไปตกที่ใดจะเป็นบ่อเกลือที่นั่น

ในการทำบั้งไฟใช้ต้นโพธิ์ทำ ครั้งหนึ่งได้มีการจัดบั้งไฟซึ่งได้ตกลงมากลางลำน้ำเฟี้ย ด้านที่พุ่งลงเป็นด้านปลายลงปักลึกลงไปในดินวัดได้ประมาณ 12 ตาพะอง และเกิดอัศจรรย์ขึ้น น้ำที่อยู่ในโพรงต้นโพธิ์มีรสเค็มไหลออกมาตลอดทั้งปีไม่มีแห้ง ชาวบ้านจึงนำมาประกอบอาหารและตั้งชื่อบ่อน้ำเค็มนี้ว่า “บ่อโพธิ์”
บ่อเกลือพันปี ถูกตั้งชื่อขึ้นในสมัยพ่อขุนบางกลางท่าวเจ้าเมืองบางยาง (นครไทยในปัจจุบัน) ได้ยกทัพไปตีเมืองขอมเพื่อขยายอาณาเขตให้กว้างขวางขึ้น เมื่อพาไพร่พลเดินทางมาถึงบ้านบ่อโพธิ์ จึงหยุดพักและตั้งทัพที่บ้านบ่อใต้ที่ผาประตูเมือง

ทหารออกมาหาเสบียงอาหารตามหมู่บ้าน พบบ่อน้ำที่ใสสะอาดที่ใช้ต้นโพธิ์ทำเป็นวงบ่อ เมื่อตักขึ้นมาชิมพบว่ามีรสเค็ม จึงตัดกระบอกไม้ไผ่นำไปกราบทูลพ่อขุนบางกลางท่าวได้ชิมน้ำ และได้สั่งให้ทหารต้มน้ำในกระทะที่วางบนกันเซา (หิน 3 ก้อนทำเป็นเตา) ปรากฏว่าน้ำนั้นตกผลึกเป็นเมล็ดเกลือสีขาว ใช้ประกอบอาหารให้มีรสเค็มได้ใช้เป็นเสบียงอาหารไปรบกับขอมที่กรุงสุโขทัย จึงเผยแพร่ให้ผู้คนทั่วไปได้และตั้งชื่อว่าบ่อเกลือพันปี
เมื่อยกทัพกลับมีทหารกลุ่มหนึ่งตั้งรกรากและอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ทำเกลือขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ใช้ดำรงชีวิตประจำวัน และกลายเป็นบรรพบุรุษของชาวบ้านบ่อโพธิ์

นอกจากนี้ จากการศึกษาทางโบราณคดีรอบๆ บ่อเกลือโบราณของรองศาสตราจารย์ปราณี แจ่มขุนเทียน อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดี สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ในปี พ.ศ.2527 ค้นพบเศษเครื่องสังคโลก เศษภาชนะดินเผาแบบเผาแกร่ง และหอยเบี้ยกระจายอยู่จำนวนหนึ่ง สันนิษฐานว่าในสมัยสุโขทัยคงมีชุมชนตั้งอยู่บริเวณบ่อเกลือแห่งนี้เพื่อทำเกลือส่งไปยังชุมชนต่างๆ ใช้บริโภค และคงมีการทำเกลือจนถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง

ชาวบ้านบ่อโพธิ์มีความเชื่อว่าบ่อเกลือที่อยู่ในหมู่บ้านเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มี ‘เจ้าปู่หลวง’ คอยปกปักรักษาบ่อเกลือ เพื่อแสดงความเคารพเจ้าปู่ ผู้ที่จะเข้าไปในบริเวณบ่อเกลือระยะ 10 ศอกห่างจากปากบ่อ จะต้องไม่ใส่รองเท้า ไม่สวมหมวก ไม่แต่งกายในชุดสีแดง เพราะถือว่าไม่เป็นมงคล ไม่ใช้นิ้วแตะน้ำเกลือในบ่อมาชิม ไม่บ้วนน้ำลาย และไม่สั่งน้ำมูกลงไปในบริเวณบ่อ
มีเรื่องเล่าว่า เคยมีหญิงสาวคนหนึ่งมาตักน้ำที่บ่อเกลือ ใช้นิ้วแตะน้ำชิมแล้วบ้วนลงในบ่อ ปรากฏว่าขณะเดินกลับบ้านก็ลมจับหน้ามืด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าปู่ที่รักษาบ่อเกลือ ก่อนที่จะตักน้ำในบ่อเกลือมาต้มเพื่อการบริโภคและแลกเปลี่ยน ชาวบ้านบ่อโพธิ์จะมีประเพณีที่สำคัญคือ พิธีบวงสรวงเจ้าปู่บ่อเกลือ ตรงกับวันอังคารแรกของเดือนยี่ (ประมาณเดือนม.ค.) ประเพณีบุญปราสาทผึ้งเดือน 7 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 7 และประเพณีเลี้ยงเจ้าปู่ ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 จัดเป็นพิธีที่สำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านบ่อโพธิ์
ปัจจุบันบ้านบ่อโพธิ์ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด

นักท่องเที่ยวยังจะได้ชิมอาหารพื้นบ้านของบ้านบ่อโพธิ์ อาทิ ยำเห็ดบด แกงเปอะหน่อไม้ น้ำพริกผักสะทอน หมกหยวกกล้วย ต้มผักแปบ ปลาย่าง ส้มตำพื้นบ้าน เป็นต้น อาหารบางชนิดถือว่าหารับประทานยาก มีตามฤดูกาลในพื้นถิ่นเท่านั้น
จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับวิถีและธรรมชาติ

ชาวบ้านบ่อโพธิ์พร้อมให้การต้อนรับผู้ที่มาเยือนทุกคนด้วยความโอบอ้อมอารีและมิตรภาพ
ต.บ่อเกลือ แห่งนี้นอกจากมีบ่อเกลือให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ยังมีน้ำตกแก่งโตน ผาประตูเมือง ที่นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม และนอนกางเต็นท์ หรือ นอนโฮมสเตย์ของชาวบ้าน เพื่อสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นยามค่ำคืน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว อากาศในช่วงกลางคืนจะหนาวเย็นมาก

น้ำตกแก่งโตน
น้ำตกแก่งโตน ตั้งอยู่พื้นที่บ้านป่าปอบิด หมู่ที่ 10 และบ้านแก่งทุ่ง หมู่ที่ 4 ต.บ่อโพธิ์ เป็นลานหินกว้าง ทอดเป็นแนวยาวไปทางลำน้ำเฟี้ย ระยะทางของสายน้ำตก ประมาณ 800 เมตร ลานหินทอดยาวเต็มไปด้วยแก่งน้อยใหญ่สลับกันไปกระแสน้ำไม่เชี่ยวมากนัก

ท่านที่สนใจจะเดินทางชมธรรมชาติ สามารถติดต่อไปที่ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อโพธิ์ได้ทุกวัน เวลาราชการ หรือสอบถามที่ ที่ทำการกำนันตำบลบ่อโพธิ์ บ้านป่าปอบิด หมู่ที่ 10 ต.บ่อโพธิ์ หรือโทร. 0-5500-9809
ส่วนผาประตูเมือง ตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 ต.บ่อโพธิ์ มีลักษณะเป็นก้อนหินวางซ้อนกันคล้ายรูปประตู โดยช่องทางสามารถเดินลอดไปมาได้ ลักษณะภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขา ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้

นอกจากนี้ก่อนถึงผาประตูเมืองยังมีวัดป่าผาประตูเมืองที่ชาวบ้านศรัทธาให้ความเคารพนับถือ

ผาประตูเมือง
ผาประตูเมือง เดิมชาวบ้านเชื่อว่าเป็นที่ตั้งกำลังพลของพ่อขุนบางกลางท่าว ในคราวที่ทำสงครามกับขอม และได้ใช้ภูมิประเทศแห่งนี้เป็นเมืองหน้าด่าน โดยสามารถมองเห็นได้โดยรอบ และยังมีไพร่พลทหารส่วนหนึ่งออกไปหาอาหารก็ได้พบกับบ่อเกลือนั่นเอง