เมื่อสายฝนโปรยปราย ฤดูกาลแห่งความเขียวขจีก็ได้เริ่มต้นขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ปักหมุดแล้วเดินทางไปยลเสน่ห์ “อุทยานแห่งชาติไทรทอง” แห่งจังหวัดชัยภูมิ
ล่าสุดอุทยานแห่งชาติไทรทอง มีแลนด์มาร์กใหม่แกะกล่องสำหรับสายมู นั่นคือ ‘สะดือสวรรค์’ ซึ่งเป็นประติมากรรมดินเผารูปดอกบัวสวรรค์ ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากภูมิปัญญาและความตั้งใจของน้องๆ จาก “ห้องเรียนไร้กำแพง Returning Home” โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความงดงามของสายหมอกและดอกกระเจียวที่เบ่งบานสะพรั่งทั่วอุทยานแห่งชาติไทรทอง

ผู้ว่าฯชัยภูมิ-หัวหน้าอุทยานฯไทรทอง เปิดสะดือสวรรค์

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับ นายกานต์นภัส ดวงกลาง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรทอง ร่วมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว “ทุ่งดอกกระเจียว” ประจำปี 2569 พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์กสะดือสวรรค์ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569
สายมู สายเที่ยว ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะไฮไลต์ของจุดนี้มาพร้อมกับความเชื่อและนัยยะอันเป็นมงคลที่ว่า “มาเยือนต้องได้เหยียบ ได้เหยียบต้องกลับมาเยือน”
เปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาจากธรรมชาติว่า สักวันหนึ่งคุณจะได้กลับมาเดินทางชื่นชมความงามของสายหมอกและทุ่งดอกบัวสวรรค์แห่งนี้อีกครั้ง

เหยียบสะดือสวรรค์ต้องได้กลับมาเยือน
เมื่อมาถึงที่นี่ แล้วทำตามสเต็ปง่ายๆ โดยฝากรอยเท้าไว้บนสะดือสวรรค์ โยนเหรียญ ลงไปพร้อมตั้งจิตอธิษฐาน เชื่อกันว่าผู้ที่ได้ทำเช่นนี้จะพบเจอแต่ความสุขสมหวังในชีวิต
นอกจากจุดไฮไลต์นี้แล้ว ทางอุทยานแห่งชาติไทรทอง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาชมความสวยงามของทุ่งดอกกระเจียว หรือดอกบัวสวรรค์ ที่กำลังออกดอกเบ่งบานชูช่อรับหน้าฝน ท่ามกลางหมอกสีขาวและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์
มหัศจรรย์ทุ่งบัวสวรรค์ ทุ่งดอกกระเจียวสองสีหนึ่งเดียวในไทย ไฮไลต์หลักที่ดึงดูดนักเดินทางให้มาเยือนไทรทองในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคมของทุกปี

ที่นี่มีความพิเศษและแตกต่างจากที่อื่นตรงที่เป็นอุทยานแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีดอกกระเจียวให้ชมถึง 2 สายพันธุ์ในพื้นที่เดียวกัน คือ
ดอกบัวสวรรค์ ดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วง สดใส ตัดกับลานหญ้าสีเขียวและผืนป่าเต็งรัง


ดอกบัวเทพอัปสร ดอกกระเจียวสีขาวบริสุทธิ์ หาชมได้ยาก แซมอยู่ตามโขดหินอย่างงดงาม
โดยอุทยานฯ ได้จัดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ผ่านทุ่งดอกกระเจียวทั้งหมด 4 ทุ่ง ซึ่ง ทุ่งบัวสวรรค์ 1 ถือเป็นจุดที่ดอกไม้ขึ้นหนาแน่นและสวยงามที่สุด
จากนั้นเอาใจสายลุย ไปท้าความเสียวที่ ‘ผาหำหด’ และจุดชมวิวแนวหน้าผา ชะง่อนหินแคบๆ ที่ยื่นออกไปกลางอากาศเหนือหุบเขาลึก มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 864 เมตร เป็นจุดวัดใจยอดฮิตที่ใครเห็นก็ต้องเสียวสันหลัง แต่แลกมาด้วยภาพถ่ายวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา


นับเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากแห่งหนึ่งบนเทือกเขาพังเหย ยิ่งถ้ามาในตอนเช้าหลังสายฝนโปรยปราย จะได้เห็นทะเลหมอกสีขาวละมุนลอยอยู่ตรงหน้า สัมผัสธรรมชาติแบบสโลว์ไลฟ์
ถัดมาปักหมุดที่ ‘ผาพ่อเมือง’ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นแนวหน้าผาหินทรายยาว 3 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นทางไปทุ่งบัวสวรรค์บนสันเขาพังเหยด้านทิศตะวันตก สูงประมาณ 700-908 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง มองลงไปเป็นตัวอำเภอภักดีชุมพลและทิวเขาพญาฝ่อ ซึ่งกั้นระหว่างจังหวัดชัยภูมิกับจังหวัดเพชรบูรณ์



ผาพ่อเมือง
ผาพ่อเมือง ยังเป็นลานกางเต็นท์ยอดนิยมที่สามารถนอนนับดาวในตอนกลางคืน และตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างเต็มตา
ห่างไปอีกนิดจะพบกับ ‘ผาชมดาว’ อีกจุดไฮไลต์ เป็นสันเขาตรงจุดสูงสุดของเทือกเขาพังเหย มองเห็นทิวทัศน์สวยงามรอบด้าน เป็นจุดชมทิวทัศน์ริมหน้าผาสูงชันที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและการชมทะเลหมอกในยามเช้า สัมผัสอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

พิกัดของผาชมดาวตั้งอยู่ก่อนถึงลานกางเต็นท์ผาพ่อเมืองเพียง 500 เมตร ทำให้เดินทางเชื่อมต่อเพื่อสัมผัสธรรมชาติได้อย่างสะดวกสบาย และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายแคมปิ้งที่ต้องการมาพักผ่อนท่ามกลางขุนเขา
นอกจากนี้ ผาชมดาว ยังเป็นจุดดูดาวในยามค่ำคืน เพราะอุทยานแห่งชาติไทรทอง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky)

เนื่องจากเป็นพื้นที่โล่งกว้างที่ไร้แสงไฟรบกวนจากเมืองใหญ่ ในคืนที่ฟ้าเปิด จะสามารถมองเห็นดวงดาวด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน อาทิ เนบิวลานายพราน กระจุกดาวลูกไก่ หรือดาวเหนือ ซึ่งเป็นจุดชมดาวที่แสนประทับใจ
สำหรับอุทยานแห่งชาติไทรทอง มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ป่าบนเทือกเขาพังเหย 4 อำเภอ ของจังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ อ.ภักดีชุมพล อ.เทพสถิต อ.หนองบัวแดง และอ.หนองบัวระเหว
เป็นป่าต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายสายซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำชี เป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ผสมกับป่าเบญจพรรณ มีต้นไผ่รวกขึ้นเป็นจำนวนมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม
อุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิ ประมาณ 70 กิโลเมตร สามารถขับรถยนต์ขึ้นมาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและลานกางเต็นท์ได้เลย

ลานกางเต็นท์ในอุทยานฯ
หากเน้นดูดอกกระเจียวและทะเลหมอก แนะนำช่วง มิถุนายน – สิงหาคม (หน้าฝน) แต่หากเน้นดูดาวและสัมผัสลมหนาว แนะนำช่วง พฤศจิกายน – มกราคม (หน้าหนาว)
อุทยานแห่งชาติไทรทอง แนะการเที่ยวตามหน้าผา ต้องปฏิบัติตามป้ายเตือนของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด ไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผามากเกินไปในช่วงที่มีหมอกลงจัดหรือฝนตก เพราะอาจทำให้ลื่นได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทร. 08-9282-3437
หากกำลังมองหาพิกัดเที่ยวหน้าฝน ที่ตอบโจทย์ทั้งสายธรรมชาติ สายลุย และสายมู
“อุทยานแห่งชาติไทรทอง” จังหวัดชัยภูมิ คือหมุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม
นนทวรรณ มนตรี