เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานแถลงข่าว การจัดงาน อีสานม่วน มิวสิค เฟสติวัล ตอน สัญจรเมืองย่าโม

ร่วมกับ นางภาวนา ประจิตต์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา ดร. ณัฐวัฒน์ วงษ์ชวลิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล และ พันตำรวจโท ยุทธพงษ์ โคขุนทด สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครราชสีมา ณ หอประชุมวงษ์ชลิตกุล อ.เมืองนครราชสีมา จังหวัด นครราชสีมา

นาย สมเกียรติ กล่าวถึงภาพรวมของจังหวัดนครราชสีมา หรือที่รู้จักในชื่อ โคราช เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย และมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดใหญ่ที่มีที่เที่ยวน่าสนใจมากมาย ใครได้มาต้องติดใจแน่นอน เช่น ที่เที่ยวปากช่องได้ทั้งสัมผัสธรรมชาติแบบเต็มๆ ส่วนโคราชเป็นที่เที่ยวเรียนรู้แนวเกษตรแบบพอเพียง และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

รองผู้ว่าฯนครราชสีมา ระบุด้วยว่า สถานที่ท่องเที่ยวโคราช สามารถตอบโจทย์สายธรรมชาติ แต่ละปี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาจำนวนมาก โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การไปกราบสักการะ ย่าโม หรือ ท้าวสุรนารี ที่ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

สำหรับท้าวสุรนารีมีนามเดิมว่า “คุณหญิงโม” เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโคราช ระหว่างถนนราชดำเนินกับถนนชุมพล นับเป็นอนุสาวรีย์ของสามัญชนสตรีคนแรกของประเทศ สวยเด่นเป็นสง่า ใครมีโอกาสแวะมาสักการะก็เพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต และห้ามพลาด การลอดซุ้มประตูชุมพล ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของอนุสาวรีย์ย่าโม

ซึ่งเชื่อกันว่า หากใครได้มาลอดประตูชุมพลนี้ 1 ครั้ง จะได้กลับมาโคราช อีกในเร็วๆ วัน ถ้าลอด 2 ครั้งจะได้มาทำงาน หรือมาอยู่ที่โคราช แต่ถ้าลอดถึง 3 ครั้ง จะได้คู่ครองเป็นชาวโคราช จึงถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับลูกหลานชาวโคราช

“การจัดกิจกรรมนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ จังหวัดของเราจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทำให้เกิดการใช้จ่ายภายในจังหวัด ผม ในฐานะรองผู้ว่าฯมีความยินดีอย่างยิ่ง งานเราจะจัด 3 วัน “นายสมเกียรติ กล่าวพร้อมขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ช่วยสนับสนุนงบประมานในการจัดงานดีๆ ครั้งนี้ และขอบคุณมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ที่เอื้อเฟื้อสถานที่การจัดงาน

ด้านนางภาวนา ประจิตต์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่ากำหนดการจัดงาน อีสานม่วน ครั้งที่2 ตอน สัญจรเมืองย่าโม นี้เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยการจัดงานนี้ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อปี 2563 และได้รับการต้อนรับที่ดีอย่างยิ่ง ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนับสนุนกิจกรรมต่อเนื่องเพราะเป็นภารกิจหลักวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์

ทั้งนี้เพื่อ ขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพอย่างสมดุล เพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากประสบการณ์การท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นในคุณค่าแบรนด์ประเทศไทย และ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา

ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกิดการชะลอตัวอย่างหนัก นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยได้เหมือนเดิม การกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอีกครั้งจึงจำเป็นต้องอาศัยการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก ซึ่งกิจกรรม อีสานม่วน ครั้งที่2 ตอน สัญจรเมืองย่าโม ที่จะถึงนี้

นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดในทุกมิติ และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวให้ออกไปเที่ยวได้อย่างมั่นใจภายหลังช่วงการฉีดวัคซีน มีการจัดกิจกรรมที่สอดแทรกแนวคิดการท่องเที่ยวยุค NEW NORMAL การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ททท.ขอบคุณ มหาวิทยาลัยวงศ์ชวลิตกุล เป็นอย่างมากที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้

ดร. ณัฐวัฒน์ วงษ์ชวลิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน จะมี การแสดง แสง สี เสียง สื่อผสม ภาพและเสียงอิงประวัติศาสตร์ Elegant Pictures Light&Sound เรื่อง “ย่าฉันท่านชื่อโม”

โดยจำลองเหตุการณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ที่ท้าวสุรนารีหรือคุณหญิงโม หรือ คุณย่าโม กับ นางสาวบุญเหลือ…นำพี่น้องชาวโคราชลุกขึ้นมาต่อสู้กับข้าศึกที่ต้อนชาวโคราชมาเป็นเชลยศึก โดยนางสาวบุญเหลือ ได้เสียสละชีวิตด้วยการนำคบเพลิงไปโยนใส่เกวียนดินปืน และในที่สุดย่าโมก็ได้นำชาวบ้านต่อสู้จนข้าศึกพ่ายแพ้และสามารถกอบกู้เมืองโคราช ให้กลายเป็นปึกแผ่นถึงทุกวันนี้

วัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของคุณหญิงโม – น.ส.บุญเหลือ และเหล่าวีรชนชาวโคราช เพื่อให้ชาวจังหวัดนครราชสีมาได้มาชมประวัติศาสตร์การกอบกู้บ้านกอบกู้เมืองโคราช โดยเฉพาะวีรกรรมของคุณย่าโม และวีรชนโคราชที่ร่วมกันสู้เพื่อปกป้องเมืองโคราช ซึ่งเป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่

เพื่อเป็นการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่ง กับจังหวัดนครราชสีมา ที่อนุชนคนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศควรค่าแก่การมารับชมและซึมซับบรรยากาศตลอดห้วงเวลาของการแสดง การแสดงแสงสีเสียงแบบสื่อผสมเสมือนจริง ใช้เอฟเฟคมากมาย ซึ่งผู้ชมจะได้สัมผัสบรรยากาศเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง งานจัดระหว่างวันที่ 28 – 30 ตุลาคม 2565

นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดวงดนตรีสากลของเยาวชนในพื้นที่ ชิงเงินรางวัลรวม 20,000 บาท ในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 สำหรับวงที่ได้รับรางวัล จะได้ร่วม แสดงเป็นวงเปิดให้กับศิลปินดังมากมายในงานนี้

พันตำรวจโท ยุทธพงษ์ กล่าวถึงเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อย และมาตรการด้านความปลอดภัย รวมถึงการจราจรภายในและภายนอกการจัดงานว่า ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก ให้พี่น้องประชาทั้งที่มาร่วมงาน และ ทั้งที่สัญจรผ่านพื้นที่จัดงาน เพื่อให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

ในส่วนของความปลอดภัยนั้น ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อยทั้งชาย และหญิง เพื่อทำการ ตรวจอาวุธ และการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด เพื่อลดการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ยังได้ประสานกับทางสถานพยาบาลให้มีการคัดกรองมาตรการ การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ผู้เข้าชมงาน อีกทั้งจุดปฐมพยาบาลเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ร่วมงานอีกด้วย

งานนี้จัดขึ้นในวันที่ 28-30 ตุลาคม 2565 ณ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล กิจกรรมภายในงาน มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการมากมาย ในวันที่ 28 ต.ค. มีกิจรรมการประกวดวงดนตรีสากล ของเยาวชน ชิงเงินรางวัล รวม 20,000 บาท และมี คอนเสิร์ตจากศิลปินดังมากมาย อาทิ 29 ต.ค. 2565 แสงดาว พิมพ์มะศรี กับแอ๊กกี้ PT MUSIC / ครูเต้ย อภิวัฒน์/ โก๋อาร์ม ปาร์ตี้โด๊ะ 30 ต.ค. 2565 พบกับ ศาล สานศิลป์ ลำไย ไหทองคำ และวงวานร

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเชิดชู ย่าโม วีรสตรีคนสำคัญในประวัติศาสตร์ ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลท์ คือการแสดงละคร แสงเสียง อิงประวัติศาสตร์ เรื่อง ย่าฉันท่านชื่อโม ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเรื่องราวให้ลูกหลานชาวโคราชและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน