สงขลา หายนาน 3 ปี ปรากฎการณ์ธรรมชาติ แมงกะพรุนหางขน ยกพลลอยอาศัยคลองบางเหรียง ชาวบ้านพลิกวิกฤต จัดกิจกรรม “ล่องเรือแลแมงกะพรุน” ชมธรรมชาติวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำ
รายงานว่าขณะนี้ได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวล่องเรือแลแมงกะพรุนหางขน ในคลองบางเหรียง ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา หลังจากแมงกะพรุนหางขนกลับเข้ามาอาศัยอยู่ในคลองบางเหรียงอีกครั้งในรอบ3ปี หลังจากที่หายไปนาน
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ทีมงานฟ้าสาง ซึ่งเป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหารริมคลองบางเหรียง และจิตอาสาภาคประชาชนได้จัดกิจกรรม “พายเรือเก็บขยะ แลแมงกะพรุน”
![]()
โดยพายเรือคายัคเก็บขยะในคลองบางเหรียงใกล้กับปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ระยะทางประมาณ 3 กม. เพื่อให้คลองบางเหรียงใสสะอาดรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวพายเรือคายัคชมแมงกะพรุนหางขนและชมธรรมชาติวิถีชีวิตสองฝั่งคลองบางเหรียง
ชาวบ้านเล่าว่าปรากฏการณ์แมงกะพรุนหางขนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในคลองบางเหรียง เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้ค่อนข้างยากเพราะปกติแมงกะพรุนจะอาศัยอยู่ในทะเลไม่ใช่ในคลองธรรมชาติ
![]()
สาเหตุที่ในคลองบางเหรียงมีแมงกะพรุน เนื่องจากน้ำเค็มได้เข้ามาในคลองจนสามารถทำให้แมงกะพรุนอาศัยอยู่ในคลองนี้ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขณะนี้แมงกะพรุนเริ่มเข้ามาได้เกือบสัปดาห์แล้ว หลังจากหายไปนาน 3 ปี และจะมากันยกฝูงทุกขนาดแหวกว่ายอยู่ในคลองซึ่งสามารถมองเห็นจากผิวอย่างชัดเจน
ชาวบ้าน บอกว่า ปรากฏการณ์แมงกะพรุนเข้ามาในคลองบางเหรียงเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากนั้นก็หายไป 3 ปี แล้วปีนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

แต่ไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่แน่นอนได้ว่า จะเข้ามาช่วงไหนขึ้นอยู่กับสภาพน้ำว่าน้ำเค็มจะเข้ามาในคลองบางเหรียงตอนไหน แต่มักเกิดขึ้นประมาณเดือนเมษายน พฤษภาคม และต่อไปอีก 1-2 เดือน หรืออาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้

“เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกและหาชมได้ยากที่แมงกะพรุนจะเข้ามาอาศัยอยู่ในคลองธรรมชาติเพราะปกติจะอยู่ในทะเลเท่านั้นและกลายเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวในคลองบางเหรียง และอ.ควนเนียง”

นักท่องเที่ยวที่อยากมาชมฝูงแมงกะพรุนหางขน สามารถขอเช่าเรือคายัคได้ที่ร้านอาหารหรือรีสอร์ทที่ให้บริการริมคลองบางเหรียงได้เลย ไม่ว่าจะเป็น กู๊ดไทม์ รีสอร์ท บ้านไม้เรือนเดิม และขนำสเต็ก ค่าบริการลำละ 50 บาทต่อชั่วโมง
นอกจากจะได้ดูฝูงแมงกะพรุนแล้วยังได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติและวีถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่สองฝั่งคลองบางเหรียงอีกด้วย