‘หนาวนี้ เที่ยวอุทยานแห่งชาติ’ เปิดเที่ยวผจญภัยถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โถง 2 และ 3 คาดนักท่องเที่ยวทั่วโลกสนใจ
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานเปิดงาน “หนาวนี้ เที่ยวอุทยานแห่งชาติ National Parks to Remember Winter Festival” โดยมีร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วยรมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายอรรถพล เจริญชันษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายศรัญยู มีทองคำ ผวจ.เชียงราย ข้าราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ภาคเหนือของประเทศไทย ถือเป็นพิกัดท่องเที่ยวยอดนิยมโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น สถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้ง หมอก ดอกไม้เมืองหนาว น้ำตก และปรากฏการณ์ น้ำค้างแข็งหรือ เหมยขาบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 156 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว 133 แห่ง โดยกระทรวงฯ ได้เตรียมการรองรับนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งมีเป้าหมายผลักดันยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 ให้ได้ 28 ล้านคน
ด้ายนายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับการจัดงานที่อุทยานแห่งชาติถ้าหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวหน้าหนาว ที่เราหวนระลึก ถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “13 หมูป่าติดถ้า” และการเสียสละของจ่าแซม “วีรบุรุษถ้ำหลวง” ณ สถานที่แห่งนี้ เป็นการท่องเที่ยวที่เราคิดถึงตามชื่องาน “National Parks to Remember” และจังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือสุด ของประเทศไทย ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองรอง แต่หากใครได้สัมผัสจะพบว่าเสน่ห์ของเชียงรายนั้นไม่เป็นสองรองใคร
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวสายผจญภัย ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในโถงที่ 2 และ 3 นักท่องเที่ยวสามารถจองคิวผ่านเพจอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หรือเว็บไซต์กรมอุทยานฯ โดยเปิดให้ท่องเที่ยวแบบกรุ๊ป ไม่เกิน 10 คน ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ คอยดูแลตลอดทาง สำหรับค่าบริการของนักท่องเที่ยวชาวไทย คนละ 950 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ คนละ 1,500 บาท ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์ และค่าประกัน โดยจะเปิดบริการให้เข้าถ้ำในโถง 2 และ 3 วันละ 2 รอบ ใช้เวลารอบละประมาณ 2.30 ชั่วโมง

นายอรรถพล ย้ำว่า ในช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าถ้ำจะเปิดเฉพาะในฤดูร้อน และฤดูหนาวเท่านั้น เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และจะต้องมีการตรวจสุขภาพนักท่องเที่ยวในเบื้องต้นด้วย เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะให้ความสนใจ และจองเข้าคิวมาเยอะพอสมควร อย่างไรก็ตามในการสำรวจถ้ำหลวงฯ ยังไม่สามารถสำรวจได้ถึง 100 % ซึ่งขณะนี้ถ้ำหลวงมีความยาวเป็นอันดับ 3 ของไทย แต่หากมีการสำรวจจนแล้วเสร็จ อาจเป็นถ้ำที่มีความยาวที่สุดของไทยก็ได้
ขณะที่นายจอร์ช มอริส ผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ้ำ และผู้ประสานงานทีมช่วยเหลือนานาชาติในเหตุการณ์ 13 หมูป่า กล่าวว่า ถ้ำหลวงเป็นถ้ำที่น่าสนใจของผู้สำรวจถ้ำ รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะทุกคนรับรู้ถึงเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 หมูป่า ในปี 2561 แต่ยังไม่มีใครเข้าไปเห็นถึงการช่วยเหลือภายในถ้ำว่าเป็นอย่างไร มีความยากลำบากแค่ไหน เจ้าหน้าที่จำนวนมากเข้าไปช่วยเหลือกันอย่างไร
โดยระยะทางตั้งแต่ทางเข้าจนถึงโถง 3 มีระยะทางประมาณ 800 ม. ในแต่ละจุดจะผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือ 13 หมูป่า เหตุการณ์ดำน้ำจากโถง 9 มายังโถง 3 ที่เป็นทั้งศูนย์อำนวยการประสานข้อมูลจากภายนอก การนำน้องๆ 13 หมูป่ามาตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนนำออกไปข้างนอกจนสำเร็จ

“การผจญภัยในถ้ำ มีความน่าตื่นเต้น ในถ้ำอาจมีบางจุดที่ลื่น มีจุดปีนป่ายบ้าง แต่ไม่ต้องกังวล เพราะมีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดทาง สามารถเข้าได้ทุกช่วงวัย ยกเว้นผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือเรื่องการเดิน”

สำหรับความน่าสนใจในงาน “หนาวนี้เที่ยวอุทยานแห่งชาติ National Parks to Remember Winter Festival” นอกจากเรื่องของการระลึกประวัติศาสตร์ 13 หมูป่าติดถ้ำ ยังมีการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้นำเที่ยวท้องถิ่น และมีพิธีระลึกถึงนาวาตรีสมาน กุนัน (จ่าแซม) นายณรงค์ศักดิ์โอสถธนากร (ผู้ว่าฯ หมูป่า) และนายดวงเพชร พรหมเทพ (น้องดอม) และกิจกรรมเปิดการท่องเที่ยวถ้าหลวง บริเวณโถงท่ี 2 และ 3 การออกร้านค้า ร้านอาหาร และนิทรรศการ