สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) เป็นประเทศที่มีธรรมชาติสวยงาม และอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลก เหมาะกับนักผจญภัยอย่างเราที่กำลังโหยหาการพักผ่อนอันเงียบสงบ

หลาก&หลาย

ภาพวาดที่มีชีวิต

เราเลือกเดินทางช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งตรงกับฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเวลาที่ธรรมชาติกำลังตื่นจากการหลับใหล ขณะที่อากาศกำลังเย็นสบาย อยู่ที่ราวสิบองศาต้นๆ

ไฮไลต์การเดินทางที่เราตั้งตารอมากที่สุด คือการไปเยือนทะเลสาบในฝันอย่าง ‘ทะเลสาบโอชิเนน’ (Oeschinen Lake) ที่เราหลงใหลมานานจนถึงขั้นตั้งเป็นภาพพื้นหลังบนหน้าจอคอมพิวเตอร์มาหลายปี

หลาก&หลาย

ทะเลสาบในฝันงดงามจับใจ

เราใช้ธูน (Thun) เมืองเล็กๆ ในรัฐเบิร์น (Bern) เป็นที่พักตลอดทริป

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการลุกขึ้นมาเตรียมอาหารสำหรับไปปิกนิกมื้อกลางวันที่ริมทะเลสาบในฝัน ส่วนใหญ่เป็นเมนูสำเร็จรูปที่เตรียมมาจากไทย หนีไม่พ้นข้าวสวย น้ำพริก แกงเขียวหวาน แต่สำหรับไข่เจียว ตื่นมาทอดเองกับมือหอมฟุ้งไปทั้งห้องครัวเลยทีเดียว

หลาก&หลาย

เสบียงปิกนิกมื้อกลางวัน

การเดินทางเริ่มต้นจากนั่งรถเมล์จากเมืองธูนราว 20 นาที ไปลงที่เมืองสเปียซ (Spiez) จากนั้นนั่งรถไฟไปอีกราวครึ่งชั่วโมง ไปลงที่สถานีคันเดอร์สเตก (Kandersteg) หมู่บ้านบนภูเขาสูง เพื่อเดินเท้าต่อไปยังสถานีกระเช้า Oeschinen Cable Car เพื่อนั่งกระเช้าขึ้นไปสถานีภูเขา Oeschinen

หลาก&หลาย

อิ่มเอมกับธรรมชาติตลอดทาง

ระหว่างทางไปสถานีกระเช้า เราเดินเท้าผ่าน Marienkirche โบสถ์เล็กๆ ประจำหมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีเหลืองอร่าม ให้อารมณ์สวยสงบแบบบอกไม่ถูก

ราว 15 นาทีก็มาถึงสถานีกระเช้า รีบซื้อตั๋วจากตู้อัตโนมัตินั่งกระเช้าขึ้นไปยังสถานีบนภูเขา ระหว่างกระเช้าค่อยๆ ลอยสูงเหนือผืนดิน มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเบื้องล่างแบบพาโนรามา ภาพบ้านเรือนไม้เล็กๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนสันเขาแลดูสวยงามจริงๆ

หลาก&หลาย

Marienkirche-ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีเหลืองอร่าม

แค่ 10 นาทีกระเช้าก็มาจอดที่สถานีบนภูเขา เราแวะดื่มน้ำ และเข้าห้องน้ำห้องท่าที่ร้านอาหารสถานีกระเช้า เตรียมพร้อมเดินเท้าไปยังทะเลสาบ สำหรับคนที่รักความสบายสามารถใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าไปยังทะเลสาบได้ แต่เราเลือกจะเดินเท้าไปเรื่อยๆ เพื่อซึมซับกับธรรมชาติรอบตัวอย่างใกล้ชิด

ไม่ผิดหวังเลยกับการเลือกเดินเท้า เพราะได้ชมความงามธรรมชาติ 2 ข้างทางเต็มอิ่ม ภาพภูเขาหินขนาดมหึมาที่ยังมีร่องรอยของหิมะบางๆ เกาะอยู่ตั้งตระหง่านอวดโฉมอย่างสง่างาม สลับกับป่าสนเขียวชอุ่มที่ขึ้นเรียงรายหนาทึบ ขณะที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้ป่านานาพันธุ์ที่บานสะพรั่งอวดสีสันสดใส หลอมรวมกันเป็นความงดงามอันแสนละเมียดละไม ทำเอาหัวใจนักเดินทางอย่างเราอบอุ่น และอิ่มเอมมากจริงๆ

หลากหลาย

พายเรือกลางหุบเขา

แม้ในคู่มือท่องเที่ยวระบุว่า ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจะเดินทางถึงทะเลสาบ แต่สำหรับเรากินเวลาไปเกือบชั่วโมง เพราะหยุดเก็บภาพความงามธรรมชาติตลอดทาง

เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางทะเลสาบในฝัน เราหยุดยืนนิ่งไปชั่วขณะกับภาพความงดงามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสราวกระจก ที่สะท้อนเงาผืนฟ้าและขุนเขาที่โอบล้อม ช่างงดงามจับใจราวกับภาพวาดที่มีชีวิต

หลากหลาย

Untere-Schleuse

‘ทะเลสาบโอชิเนน’ เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกยุงเฟรา-อาเล็ทช์-บีทช์ฮอร์นตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ระดับความสูง 1,578 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่โอบล้อมด้วยยอดเขาสูง 4 ลูก ทิวทัศน์ที่งดงามทำให้ทะเลสาบแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

กิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลายยังช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า พายเรือท่ามกลางทัศนียภาพ อันงดงามของเทือกเขาแอลป์ หรือจะเลือกทำกิจกรรมเบาๆ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ด้วยการตกปลาที่ริมฝั่งทะเลสาบที่อุดมไปด้วยปลานานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นปลาเทราต์สายรุ้ง ปลาชาร์อาร์กติก หรือปลาเพิร์ช ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่สุดพิเศษจริงๆ

แต่หากจะมาชมทะเลสาบต้องวางแผนให้ดี เพราะทะเลสาบจะเป็นน้ำแข็งอยู่ 5 เดือนคือระหว่างเดือนธันวาคม-พฤษภาคมของทุกปี

หลากหลาย

ตกปลาริมฝั่งทะเลสาบ

หลังจากดื่มด่ำกับความงดงามทะเลสาบจนเต็มอิ่ม ท้องเริ่มร้อง เรามองหามุมเหมาะๆ สำหรับนั่งปิกนิกริมทะเลสาบ จากนั้นหยิบข้าวห่อพร้อมน้ำพริกไข่เจียวออกมากินเคล้ากับวิวธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่รอบตัว

ระหว่างนั้นเหลือบไปเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มข้างๆ กำลังก่อกองไฟเตรียมปาร์ตี้ ปิ้งย่างมื้อใหญ่ ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้มื้อนี้กลายเป็นความทรงจำอันแสนงดงามของเราจริงๆ

หลากหลาย

นักท่องเที่ยวก่อกองไฟปาร์ตี้ปิ้งย่าง

พอท้องอิ่มเริ่มมีแรงพร้อมออกเดินเท้ากลับไปยังสถานีกระเช้า เพื่อลงไปยังหมู่บ้านคันเดอร์สเตกด้านล่าง เหลือบไปดูนาฬิกาแค่ 3 โมงเย็น จึงวางแผนไปเที่ยวต่อที่ 2 เมืองเล็กๆ ที่เป็นทางผ่านกลับเข้าที่พัก เริ่มจากการนั่งรถไฟไปยังเมืองสเปียซ (Spiez) หมู่บ้านเล็กๆ น่ารักริมทะเลสาบธูน ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงสวยงามสดชื่น

 

หลากหลาย

ปราสาทสเปียซ

ที่ไม่พลาดชมคือ ‘ปราสาทสเปียซ’ (Spiez Castle) ปราสาทหินโบราณอายุกว่า 1,300 ปี ที่ตั้งตระหง่านบนแหลมเล็กๆ ยื่นเข้าไปในทะเลสาบ เมื่อก้าวเข้าไปบริเวณปราสาทเหมือนได้ย้อนเวลามาหาอดีต เสียดายที่เราไม่ได้ขึ้นไปชมวิวเมืองบนหอคอยปราสาท แต่วิวข้างล่างก็สวยไม่แพ้กัน

จุดหมายถัดไปคือการไปล่องเรือเฟอร์รี่แบบคุณหนูผู้ดีสวิสเพื่อชมความงาม ‘ทะเลสาบธูน’ พอไปถึงท่าเรือก็หยิบบัตรเบ่ง Swiss Pass ขึ้นมาโชว์อย่างภาคภูมิใจ เจ้าหน้าที่ยิ้มแล้วโบกมือให้ขึ้นเรือฟรีแบบวีวีไอพีไปเลยจ้า

หลากหลาย

Schadau-Castle–the-Pearl-of-Lake-Thun

ระหว่างทางเรือล่องผ่านวิวหมู่บ้านที่ตั้งลดหลั่นสูงต่ำตามแนวทิวเขาริมทะเลสาบ ช่างเป็นวิวที่ดูสดชื่นสบายใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสทะเลสาบนานๆ สามารถล่องเรือใบชมวิวแบบเอื่อยๆ ก็ชิลไปอีกแบบ

เราล่องเรือผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง เริ่มตั้งแต่ ‘ปราสาทโอเบอร์ฮอเฟ่น’ (Oberhofen Castle-Eight Centuries of magic’) ปราสาทแสนสวยสุดโรแมนติก ริมน้ำอันงดงามอลัง ตัวปราสาทมีหอคอยเล็กๆ ยื่นออกมาริมน้ำสวยสะดุดตา ที่สำคัญที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายละครลิขิตรักทางช่อง 3 ด้วย

หลากหลาย

ปราสาทโอเบอร์ฮอเฟ่น

และที่สวยอลังอีกแห่งคือปราสาท ‘Schadau Castle-the Pearl of Lake Thun’ ไข่มุกแห่งทะเลสาบธูน ภายในปราสาทมีภาพวาดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวเมืองในอดีต ปัจจุบันปราสาทถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์และร้านอาหารที่บริการอาหารสวิสรสเลิศ

หลากหลาย

เสน่ห์เมืองเก่าของธูน

เมื่อเรือแล่นมาเทียบท่าเรือตัวเมืองธูนเราเดินเท้าต่อไปอีก 10 นาที เพื่อเข้าไปเยี่ยมเขตเมืองเก่าของธูนมีเสน่ห์แบบเมืองยุโรปเล็กๆ ที่เงียบสงบบ้านเรือนสวยงาม มีร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารที่ตกแต่งแบบดั้งเดิมเหมาะกับการเดินเล่นแบบสบายๆ

เดินไปสักพักเจอ ‘Untere Schleuse’ สะพานไม้ข้ามเก่า ที่ใช้เดินข้ามไปยังเกาะกลางแม่น้ำ Aare และยังทำหน้าที่คล้ายเขื่อนกั้นน้ำเพื่อควบคุมกระแสน้ำอีกด้วย

หลากหลาย

เมืองสเปียซริมทะเลสาบธูน

ที่นี่ถือเป็นสนามประลองความกล้าของเหล่าวัยรุ่นสายแอดเวนเจอร์ เพราะเป็นแหล่งเล่นเซิร์ฟบอร์ดแม่น้ำที่ค่อนข้างโหด นอกจากคลื่นจะแรงแล้ว ใต้น้ำยังมีโขดหินเพียบ ถ้าพลาดขึ้นมาอาจได้รับบาดเจ็บได้

เป็นอีกหนึ่งวันในสวิตเซอร์แลนด์ที่เราได้สัมผัสชีวิตของผู้คนอย่างใกล้ชิด ผ่านการเดินทางอันหลากหลาย ทั้งนั่งรถไฟ เดินเท้า และล่องเรือ ก่อนจะปิดท้ายวันอย่างเรียบง่ายด้วยการนั่งรถเมล์กลับเข้าที่พัก

ช่างเป็นวันที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่อาจลืม

มยุรี นวมมี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน