หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

TEI เปิดเวทีถกอนาคตสิ่งแวดล้อมไทยก่อนเข้าคูหา ตอบโจทย์แก้ปัญหา

20 ม.ค. 2569 - 13:53 น.

TEI เปิดเวทีถกอนาคตสิ่งแวดล้อมไทยก่อนเข้าคูหา ชี้ก่อนลงคะแนนต้องวิเคราะห์นโยบายพรรคการเมืองต้องตอบโจทย์ ชัดเจน เป็นไปได้ น่าเชื่อถือ

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเสวนา “อนาคตสิ่งแวดล้อมไทยหลังการเลือกตั้ง“ ในงาน TEI: Thai Envi Next: ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” เพื่อสะท้อนมุมมองของนักวิชาการผู้บริหาร ตัวแทนเยาวชนไปยังสนามการเมืองโค้งสุดท้าย ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง 2569 โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เป็นประธานวงเสวนา

ศ.ดร.จำลอง โพธิ์บุญ ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ชี้ว่าการวิเคราะห์นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคการเมือง ต้องดู 4 มิติหลัก คือ การตอบโจทย์ ความชัดเจน ความเป็นไปได้ และความน่าเชื่อถือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมควรถูกแยกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนอย่างภัยพิบัติและฝุ่น PM2.5 และระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ทะเล น้ำ Climate Change และความหลากหลายทางชีวภาพ


ขณะที่ ศ. ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี (ความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของสังคม) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเสนอโมเดลพัฒนา 3 ระดับ ตั้งแต่ต้นน้ำ (ความมั่นคงทรัพยากรพื้นฐาน) กลางน้ำ (Circular Economy และ BCG) ไปจนถึงปลายน้ำที่มุ่งสู่ Net Zero และ ESG เพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ย้ำว่าจุดอ่อนของไทยคือการมองข้าม “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และบทสรุปของความยั่งยืนคือการ “สร้างคน” ก่อนสร้างระบบ


นายพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะกรรมการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สะท้อนความจริงว่างบประมาณประเทศมีข้อจำกัดสูง เงินลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศเหลือเพียงราว 10% ขณะที่ผลกระทบ Climate Change อาจทำให้ GDP ไทยหายไป 3–4% ซึ่งรุนแรงกว่าวิกฤตโควิด ทางออกคือการใช้ Blended Finance ดึงเงินเอกชนและต่างชาติ โดยรัฐต้องเร่งปรับกฎหมายให้เอื้อต่อ Green Investment


ด้านน.ส.กานต์รวี ศรีแสงทรัพย์ เครือข่ายเยาวชนระดับโลก ด้านความหลากหลายทางชีวภาพประเทศไทย (Global Youth Biodiversity Network for Thailand: GYBN) ชี้ว่าเยาวชนคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก Climate Change และ Biodiversity สูงสุด ทั้งด้านสุขภาพจิตและความเหลื่อมล้ำ เยาวชนต้องการบทบาทระดับ “หุ้นส่วน” ในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงผู้ปฏิบัติตาม การศึกษาต้องเปลี่ยนสู่ Transformative Education พัฒนา Head–Hand–Heart และให้เยาวชนเป็นผู้สร้างข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม


ทั้งนี้ ดร.วิจารย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แผนสิ่งแวดล้อมจะไร้ความหมาย หากไม่มีกฎหมายที่เข้มแข็งรองรับการบังคับใช้ เสนอเร่งออกกฎหมายสำคัญ เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด พ.ร.บ. Climate Change และ EPR พร้อมชี้ว่าต้องกระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่น และใช้ Big Data ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูลเป็นฐานตัดสินใจ

ติดตามความเคลื่อนไหวของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ที่เว็บไซต์ https://www.tei.or.th/และเพจเฟซบุ๊ก https://m.facebook.com/tei.or.th/


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

TEI เปิดเวทีถกอนาคตสิ่งแวดล้อมไทยก่อนเข้าคูหา ตอบโจทย์แก้ปัญหา