ม.รังสิต เปิดตัว “Arthit International Hospital” (AIH) ปฐมบทโรงพยาบาลภายใต้มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของไทย ชูธง Quaternary Care ผสานการศึกษา-การรักษา ทุ่ม 8 พันล้าน ดูแลคนไข้ด้วยนวัตกรรมรักษ์โลก
กรุงเทพมหานคร วันที่ 18 ก.พ.2569 – มหาวิทยาลัยรังสิต ประกาศเปิดตัว Arthit International Hospital (AIH) โรงพยาบาลภายใต้เครือมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย มุ่งยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทยสู่ระดับสากลด้วยแนวคิด “The Most Advanced, Humanized, and Ethical Quaternary Medical Care”
พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้านการเงินด้วยการรับการสนับสนุน Sustainability Loan สำหรับภาคสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการแพทย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับ Siemens Healthineers
ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และประธานกรรมการ AIH เปิดเผยว่า “AIH ก่อตั้งบนความเชื่อที่ว่าชีวิตคนมีคุณค่าที่สุด การรักษาพยาบาลและการศึกษาจึงเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อ AIH ผนึกกำลังกับสถาบันเพื่อการศึกษาในการสร้างแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะสร้างคุณค่าเพิ่มหลายเท่าทวีคูณต่อมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดไปสู่ทุกชีวิต
ผ่านหลักสูตรหลังปริญญา (Postgraduate) ควบคู่กับการรักษาจริง โดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศระดับ Quaternary Care ที่ดีที่สุด ทันสมัยที่สุด (The most advanced) และมีความเป็นมนุษย์ (Humanized) ที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากลและเป็นที่พึ่งของมวลมนุษยชาติโดยไม่แบ่งแยก”

นายอภิวัฒิ อุไรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIH กล่าวถึงยุทธศาสตร์ความยั่งยืนว่า “เราขับเคลื่อนธุรกิจผ่านโมเดล Sustainable Governance ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ในการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนครั้งประวัติศาสตร์
โดย AIH ได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Siemens Healthineers ในฐานะ Value Partnership ด้านความยั่งยืน แห่งแรกในไทย เพื่อนำนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และนวัตกรรมที่แทบไม่พึ่งพาก๊าซฮีเลียม (Virtually Helium-free Technology) มาใช้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงานระยะยาว”
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “กรุงศรีมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนวิสัยทัศน์ของ AIH ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ โดย AIH ถูกพัฒนาขึ้นเป็นอาคารสีเขียว (Green Building) ตามมาตรฐานสากล และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อบ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์
ทั้งนี้ การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Loan) ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งความสำเร็จนี้ยังได้รับการยืนยันด้วยรางวัล ‘Best Sustainability Loan’ จากเวที The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2026 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสำคัญของโครงการในระดับภูมิภาค และเป็นโมเดลต้นแบบให้แก่โครงการสาธารณสุขเพื่อความยั่งยืนในอนาคต”
รศ.น.อ.นพ. เพิ่มยศ โกศลพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแพทย์ AIH ย้ำถึงมาตรฐานการรักษาว่า “หัวใจของ AIH คือการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ, เทคโนโลยีที่แม่นยำตรงจุด, การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Care) และพันธสัญญาด้านจริยธรรม (Ethical Commitment) ที่มุ่งเน้นการรักษาที่เหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น และโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนระหว่างแพทย์และผู้ป่วย”
ในการออกแบบอาคาร ดร. เกชา ธีระโกเมน ประธานกรรมการ EEC Engineering และหัวหน้าคณะผู้ออกแบบ ระบุว่า AIH ถูกออกแบบภายใต้หลัก Patient First & Nature Healing เปรียบอาคารเป็นร่างกายมนุษย์ที่มีระบบอัจฉริยะ เน้นการถ่ายเทอากาศ แสงธรรมชาติ และผังอาคารแบบรัศมีที่ลดการใช้พลังงาน พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่ในอนาคต เพื่อให้สภาพแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาอย่างยั่งยืน
นายคริส พอเรย์ กรรมการผู้จัดการ ซีเมนส์ เฮลทธิเนียร์ส ประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขสู่ความยั่งยืนการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในรูปแบบ Value Partnership ระหว่าง AIH และซีเมนส์ เฮลท์ทีเนียร์ส ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มี ‘ความยั่งยืน’ เป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือ นี่ไม่ใช่เพียงการส่งมอบเทคโนโลยี แต่คือการร่วมกันยกระดับประสิทธิภาพระบบการดูแลสุขภาพ และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของวิสัยทัศน์ร่วมกัน”
การเปิดตัว Arthit International Hospital ในครั้งนี้ จึงถือเป็นรุ่งอรุณใหม่ของระบบสาธารณสุขไทยที่ผสานความล้ำสมัยทางการแพทย์เข้ากับธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างลงตัว
สำหรับ Arthit International Hospital (AIH) ชูจุดเด่นความเป็น “The Best Medical Advance and Humanized Care” ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยที่พร้อมยกระดับมาตรฐานการรักษาคนไทยและก้าวสู่ระดับภูมิภาค
โดยทุ่มงบ 8 พันล้าน เจาะตลาดคนไทย-ต่างชาติ ในแง่ของตัวเลขการลงทุน ผู้บริหารเปิดเผยว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 7,000 – 8,000 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนทางการเงินส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารกรุงศรีประมาณ 3,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการร่วมลงทุนระหว่างมหาวิทยาลัยรังสิตและพันธมิตร
สำหรับกลยุทธ์การตลาดในช่วงแรกจะเน้นเจาะกลุ่มผู้ป่วยคนไทยเป็นหลักในสัดส่วน 80% และต่างชาติ 20% ก่อนจะขยับเป้าหมายเป็นสัดส่วน 70:30 ในอนาคต โดยโรงพยาบาลตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวกใกล้ทางด่วนและถนนใหญ่ รองรับผู้ป่วยในได้ 280 เตียง (รวม ICU, CCU และ NICU) และมีขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้สูงสุดถึง 2,500 คนต่อวัน
ชูความเชี่ยวชาญ 6 ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง จุดแข็งสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้โดดเด่น คือการเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่สามารถป้อนบุคลากรทางการแพทย์แบบครบวงจร ทั้งแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ และพยาบาล เข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการรักษาโรคที่ยากและซับซ้อน ซึ่งประกอบด้วยศูนย์ความเป็นเลิศในช่วงแรก 6 ด้าน ได้แก่:
• ศูนย์โรคหัวใจ
• ศูนย์โรคทางระบบประสาท
• ศูนย์โรคกระดูกและข้อ (Orthopedics)
• ศูนย์โรคมะเร็ง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะวางแผนการรักษาอย่างใกล้ชิดและใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงจากความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก
โดยโมเดลโรงพยาบาลสีเขียวแห่งแรกในอาเซียน ความน่าสนใจที่นักลงทุนและผู้บริโภคสายรักษ์โลกต้องจับตามอง คือการได้รับอนุมัติ Green Loan และ Sustainable Loan ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอาเซียนสำหรับธุรกิจ Healthcare โรงพยาบาลถูกออกแบบภายใต้แนวคิดความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เช่น
• ลดมลภาวะ: ร่วมกับบริษัท ซีเมนส์ เฮลทิเนียร์ส ในการนำเทคโนโลยีที่ลดการใช้ก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นสารที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุปกรณ์การแพทย์
• สิ่งแวดล้อมบำบัด: ออกแบบอาคารและพื้นที่ให้เป็น Green Environment เพื่อสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดี (Well-being) ให้กับคนไข้ทั้งกายและใจ

ยึดหลักจริยธรรม ราคาเข้าถึงได้ นอกจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัย โรงพยาบาลยังประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนในเรื่อง Ethic (จริยธรรม) โดยเน้นการรักษาที่ยุติธรรมและราคาที่สมเหตุสมผล (Reasonable Price) มั่นใจว่าจะไม่มีการตรวจวินิจฉัยที่เกินความจำเป็น (Over-diagnosis) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงได้อย่างมั่นใจ
ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีกำหนดการก่อสร้างและติดตั้งระบบให้แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2570 (ประมาณเดือนสิงหาคม) ซึ่งถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง