CIBA DPU เสริม “ศักยภาพ” นักศึกษา MAcc ลงพื้นที่แว่นท็อปเจริญ Flagship Store เรียนรู้ระบบงาน–การควบคุมภายในธุรกิจค้าปลีกยุคดิจิทัลจากของจริง
วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำนักศึกษาปริญญาโทสาขาการบัญชี เยือน แว่นท็อปเจริญ Flagship Store เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดประสบการณ์เรียนรู้ระบบงานและการควบคุมภายในในสภาพแวดล้อมธุรกิจค้าปลีกยุคดิจิทัลอย่างใกล้ชิด เสริม “ศักยภาพ” นักบัญชีรุ่นใหม่ให้เข้าใจทั้งตัวเลขทางการเงินและระบบเบื้องหลังการดำเนินงานจริงอย่างรอบด้าน
การจัดโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ของหลักสูตร MAcc ครั้งนี้ มุ่งเปิดพื้นที่การเรียนรู้จากสถานประกอบการจริง ให้นักศึกษาได้เห็นภาพกระบวนการทำงาน ระบบควบคุมภายใน และการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากรายวิชากับการปฏิบัติงานของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่โดยตรง
ทั้งนี้ ในยุคที่ข้อมูลการขาย สต๊อกสินค้า และฐานข้อมูลลูกค้าถูกขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัลแทบทุกขั้นตอน “ระบบงานและการควบคุมภายใน” จึงไม่ใช่เพียงเนื้อหาในตำรา แต่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยง สร้างความโปร่งใส และเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีปริมาณธุรกรรมจำนวนมากและเครือข่ายสาขากระจายทั่วประเทศ
ขณะที่แว่นท็อปเจริญถือเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจแว่นตาชั้นนำของไทย มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และมุ่งสู่การเป็นผู้นำการบริการด้านสายตาในภูมิภาคอาเซียน โดย Flagship Store เมืองทองธานีเป็นสาขาขนาดใหญ่ที่รวมบริการตรวจวัดสายตา บริการเลนส์ และการจำหน่ายสินค้าไว้ในจุดเดียว ทำให้นักศึกษาได้สังเกตกระบวนการทำงานทั้งส่วนหน้าร้านและระบบหลังบ้านอย่างครบวงจร
ตลอดการศึกษาดูงาน นักศึกษาได้รับฟังการบรรยายภาพรวมธุรกิจ โครงสร้างกระบวนการทำงานตั้งแต่ลูกค้าเข้ารับบริการ การซักประวัติและตรวจวัดสายตา การออกใบคำสั่งผลิตเลนส์ การบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ ไปจนถึงขั้นตอนปิดการขาย ออกเอกสาร และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีและรายงานทางการเงินในภาพรวม
เนื้อหาในรายวิชา AT524 เรื่องระบบงานและการควบคุมภายใน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ (Segregation of Duties) จุดควบคุมในวงจรรับ–จ่ายเงิน การควบคุมสินค้าคงเหลือ หรือการติดตามการอนุมัติ ถูกถ่ายทอดผ่านกรณีศึกษาจริงในสาขาที่ดำเนินงานทุกวัน ทำให้นักศึกษาเห็นภาพการประยุกต์ใช้แนวคิดทางทฤษฎีกับสถานการณ์จริงอย่างชัดเจน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจ คือ การออกแบบจุดควบคุม (Control Points) ในสภาพแวดล้อมที่ผสานทั้งหน้าร้าน ระบบดิจิทัล และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เช่น ห้องปฏิบัติการเลนส์หรือคู่ค้าทางธุรกิจ นักศึกษาได้เห็นการใช้ระบบ POS และระบบจัดการข้อมูลกลางเพื่อติดตามยอดขายแต่ละรายการ การจัดเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงกับขั้นตอนตรวจรับเลนส์และกรอบแว่น เพื่อลดความคลาดเคลื่อนและป้องกันการสูญหายของสินค้า
นอกจากนี้ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของแว่นท็อปเจริญยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักศึกษาและคณาจารย์เกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต ทั้งบทบาทของเทคโนโลยีในการตรวจวัดสายตา การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และความท้าทายในการรักษามาตรฐานการควบคุมภายในท่ามกลางการขยายสาขาและการนำระบบใหม่เข้ามาใช้
การแลกเปลี่ยนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า งานบัญชีและงานตรวจสอบภายในในปัจจุบันไม่อาจทำงานอย่างโดดเดี่ยว แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “คู่คิดด้านข้อมูลและความเสี่ยง” ของฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายการตลาด เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กร
ในมิติการจัดการเรียนการสอน โครงการครั้งนี้ย้ำถึงแนวทางของหลักสูตร MAcc ภายใต้ CIBA DPU ที่มุ่งผสานกรอบคิดเชิงทฤษฎี มาตรฐานวิชาชีพ และการประยุกต์ใช้จริงในองค์กรหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต สถาบันการเงิน หรือธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ โดยนักศึกษาได้เชื่อมโยงแนวคิด COSO, Risk-Based Internal Control, IT Controls และ Governance เข้ากับกระบวนการทำงานในชีวิตประจำวันขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับนักศึกษาหลักสูตร MAcc ประสบการณ์จากการลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการเยี่ยมชมองค์กร แต่เป็นการเตรียมความพร้อมสู่บทบาทในอนาคต ทั้งในฐานะผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน นักบัญชีในองค์กรขนาดใหญ่ หรือที่ปรึกษาด้านระบบและการควบคุมภายในในยุคดิจิทัล



