เปิดฝึกบิน เครือข่ายดับไฟป่าภาคเหนือ 2569 ระดมอากาศยาน–โดรนรับมือหมอกควัน แก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5
9 มี.ค.2569 – ที่ กองบิน 41 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นประธานเปิดการฝึกบินภาคีเครือข่ายอากาศยานร่วมดับไฟป่าภาคเหนือ ประจำปี 2569 โดยมี วรเทพ บุญญะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
ทั้งนี้รมช.กลาโหม รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ จากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ภาค 3 ส่วนหน้า พร้อมติดตามความพร้อมของกองทัพอากาศในการสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่าและช่วยเหลือประชาชน
การฝึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์ไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นในปี 2569 โดยใช้แนวคิดการปฏิบัติการแบบเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง หรือ Network Centric Operations เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและการสั่งการระหว่างหน่วยงานทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน
สำหรับการฝึกภาคปฏิบัติจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 มีนาคม 2569 ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อุทยานแห่งชาติแม่ตระไคร้ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา รวมถึงสนามฝึกทางยุทธวิธีของกองทัพภาคที่ 3 จังหวัดสุโขทัย และพื้นที่จังหวัดเชียงรายกับจังหวัดน่าน
การฝึกครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากกองทัพอากาศและหน่วยงานภาคีมากกว่า 350 นาย ใช้อากาศยานเข้าร่วม 14 เครื่อง พร้อมโดรนขนาดเล็ก 8 เครื่อง เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านต่าง ๆ
รูปแบบการฝึกประกอบด้วยภารกิจสำคัญหลายด้าน เช่น การบินกระจายเสียงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันการเผาป่า การบินลาดตระเวนค้นหาจุดเกิดไฟป่า การบินทิ้งน้ำเพื่อควบคุมไฟและสร้างแนวกันไฟ รวมถึงการลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางอากาศ
นอกจากนี้ยังมีการฝึกส่งกลับสายแพทย์ในกรณีฉุกเฉิน และการค้นหา–ช่วยชีวิต เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าภาคพื้นดินที่อาจติดอยู่ในพื้นที่อันตรายจากไฟป่าหรือหลงป่า
รมช.กลาโหม กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือยังเป็นความท้าทายสำคัญ โดยข้อมูลพบว่าไฟป่ากว่า 99% เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทั้งการเผาพื้นที่เกษตรและการเผาป่าเพื่อหาของป่า
ภาครัฐจึงเน้นการใช้เทคโนโลยีช่วยปฏิบัติงาน ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการสร้างความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดการเกิดไฟป่าอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันจะใช้ศักยภาพกำลังพล อากาศยาน และเทคโนโลยีที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง
