ทส. รับเรื่องร้องเรียน คัดค้าน EIA โครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเพชรบุรี ย้ำเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รับฟังเสียงประชาชนอย่างรอบด้าน
9 เม.ย. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พร้อมด้วย นายบรรณารักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับเรื่องร้องเรียนจากนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 ในฐานะผู้แทนประชาชน ในการยื่นหนังสือคัดค้านการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบส่วนขยาย ครั้งที่ 1 และโครงการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากประชาชนมีความกังวัลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ วิถีชีวิต และอาชีพ เช่น ประมงชายฝั่ง การทำนาเกลือ การเกษตร รวมถึงความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์และเปราะบาง
อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และใกล้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายแห่ง โดยมีประชาชนในรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร จากพื้นที่โครงการ ครอบคลุม 6 ตำบล 29 หมู่บ้าน

นอกจากนี้ ประชาชนยังตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการและการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นยังไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบรายละเอียดสำคัญ อีกทั้งการจัดประชุมในวันเวลาราชการ ส่งผลให้ผู้ที่ทำงานประจำไม่สามารถเข้าร่วมได้อย่างเต็มที่ จึงมองว่ากระบวนการดังกล่าวอาจยังไม่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนได้อย่างรอบด้าน
โอกาสนี้ นายนิพนธ์ รองปลัด ทส. เปิดเผยว่า ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความถูกต้องของข้อมูล และการมีส่วนร่วมของประชาชน
พร้อมทั้งเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การพิจารณาโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด

พร้อมกันนี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องที่ส่งผลกระทบกับประชาชน โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้หลักความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการคุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม