DPU ปั้น Jam Community แยมมะเฟืองเลมอน ยกระดับมะเฟืองนนทบุรีสู่ OTOP พรีเมียม
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี จัดแสดงนวัตกรรมในนิทรรศการ “OTOP NONTHABURI NEW LIFE Longevity เพื่อวิถีที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 8–12 เมษายน 2569 บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่อโชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์ OTOP ดาวเด่น ที่ผ่านการพัฒนาเชิงลึกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด โดยมีการเปิดตัว 3 โครงการนวัตกรรมต้นแบบผลงานของนักศึกษา ได้แก่ ระบบ Generative AI ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเกาะเกร็ด, ผลิตภัณฑ์เจลลี่กัมมี่เลมอนน้ำผึ้งชันโรงแบรนด์ “MELLUNE” และแยมมะเฟืองเลมอนแบรนด์ “Jam Community”
โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ แยมมะเฟืองเลมอนแบรนด์ “Jam Community” ผลงานสร้างสรรค์ของกลุ่มนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ประกอบด้วย นางสาวนริศรา พรหมจันทร์, นางสาวกัลยากร เศษนอก, นางสาวธิญาดา เขาทอง, นางสาวนฤมล จุลมาศ, นางสาวศุภรดา แก้วอุ้ม, นายสิรภพ อุดมพันธ์, นางสาวธิดารัตน์ ใจหมั่น จากสาขาภาษาจีนธุรกิจ และ นายศุภกฤต จันทรโชติ จากสาขาภาษาอังกฤษธุรกิจ ชั้นปีที่ 3 ซึ่งเป็นการบูรณาการรายวิชาความเป็นผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน ภายใต้หลักสูตร DPU Core ที่มุ่งสร้างทักษะแห่งอนาคตยุค 4.0 ด้วยการผสานความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณผู้ประกอบการ ให้เกิดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและนำไปลงมือทำได้จริง
นางสาวนริศรา พรหมจันทร์ ตัวแทนนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ยังได้เปิดใจถึงความโดดเด่นของแยมที่เป็นลักษณะ 2-in-1 ผลิตภัณฑ์ยังถูกออกแบบให้สามารถใช้ทาขนมปังและผสมเป็นเครื่องดื่มโซดาได้ในเวลาเดียวกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแยมชาของประเทศเกาหลีเพื่อให้มีลูกเล่นที่น่าสนใจ นอกจากนี้การเลือกใช้เลมอนมาผสมผสานยังช่วยเพิ่มวิตามินซีและช่วยดับความฝาดของมะเฟือง นำไปสู่การสร้างภาพจำใหม่ของสินค้า OTOP จังหวัดนนทบุรี
นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว การดำเนินโครงการยังช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะกระบวนการคิดแบบผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneurial Mindset และการคำนวณต้นทุนธุรกิจ โดยการลงพื้นที่จริงในวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรและอาหารแปรรูปพฤกษา 10 อำเภอไทรน้อย ยังช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน โดยเฉพาะการสื่อสารประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ดึงทักษะภาษาจีนมาเตรียมความพร้อมสำหรับการทำธุรกิจร่วมกับตลาดต่างประเทศในอนาคตผ่านพฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยว
ในแง่ของนวัตกรรมอาหาร ทีมนักศึกษายังได้นำวิทยาศาสตร์อาหารผ่านกระบวนการให้ความร้อนมาใช้แก้ปัญหาข้อจำกัดของมะเฟืองที่มีปริมาณสารออกซาเลตสูง (Oxalate) ซึ่งปกติอาจส่งผลต่อการทำงานของไตและสุขภาพของผู้บริโภคบางกลุ่มที่มีข้อจำกัดทางโภชนาการ นักศึกษาจึงทดลองใช้ความร้อนในระดับที่เหมาะสมเพื่อลดปริมาณสารออกซาเลต ส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค
สำหรับการคัดสรรวัตถุดิบและพัฒนาสูตร ทีมงานคัดสรรมะเฟืองคุณภาพสูงจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรและอาหารแปรรูปพฤกษา 10 อำเภอไทรน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรผสมผสานปราศจากสารเคมี เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบต้นทางมีความสะอาดและปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก เชฟเมธิน มีไชยโย ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการประกอบอาหารจากร้าน Little Lobster มาร่วมรังสรรค์และพัฒนาสูตรแยมมะเฟืองเลมอนให้มีรสชาติกลมกล่อมและสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทั้งมาตรฐานรสชาติและการถนอมอาหารในเชิงธุรกิจ
ในโอกาสนี้ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ประธานในพิธี ได้เยี่ยมชมบูธ Jam Community และสอบถามกลุ่มนักศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่ระดับธุรกิจและการจัดตั้งบริษัทในอนาคต พร้อมระบุว่าการนำมะเฟืองสดที่ล้นตลาดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงเป็นแนวทางที่ยอดเยี่ยมและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด นำไปสู่ผลงานที่เห็นผลได้ชัดเจนจากการร่วมมือกันของทุกฝ่าย
นอกจากนี้ นายเชษฐา ยังได้ให้แนะนำเพิ่มเติมเรื่องการยื่นขอรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพและความสะอาดให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง และแนะนำให้นักศึกษานำผลงานไปทดสอบกับกลุ่มเพื่อนนักศึกษาเพื่อเก็บข้อมูลฟีดแบคมาพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการบ่มเพาะให้นักศึกษาเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมีความรับผิดชอบต่อมาตรฐานความปลอดภัย
ด้าน ผศ.นิติพล ธาระรูป อาจารย์ประจำวิชา กล่าวถึงการดำเนินงานว่ามุ่งเน้นให้นักศึกษาค้นพบศักยภาพตนเองผ่านการปฏิบัติจริงในพื้นที่ หรือรูปแบบโซเชียลแล็บ (Social Lab) เพื่อลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติจริง การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้นักศึกษาได้เห็นภาพรวมที่กว้างกว่าบทเรียนและสามารถประยุกต์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันทีเมื่อพบสถานการณ์จริงในชุมชน ซึ่งเป็นการสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกยุคใหม่
ผศ.นิติพล ยังได้ให้คะแนนความสำเร็จของโครงการที่ 8 คะแนน โดยเว้นไว้อีก 2 คะแนน สำหรับระยะเวลาในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่ชุมชนในระยะถัดไป เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถนำนวัตกรรมไปใช้สร้างรายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังระบุถึงความสำคัญของทักษะดิจิทัลที่นักศึกษาได้รับผ่านกระบวนการหลังบ้านในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้งานวิจัยในระดับนักศึกษาสามารถใช้งานได้จริง
ขณะที่ นางประภา ปานนิตยกุล พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี ระบุว่านักศึกษาทำหน้าที่เปรียบเสมือน “เชนจ์เอเจนท์” ที่นำนวัตกรรมมาปรับเปลี่ยนจินตนาการสู่การปฏิบัติจริงผ่านการพบกันครึ่งทางระหว่างทักษะของนักศึกษาและความต้องการของชุมชน โดยทางสำนักงานพัฒนาชุมชนทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ความเชี่ยวชาญของนักศึกษากับวัตถุดิบที่มีศักยภาพในพื้นที่เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุดต่อเศรษฐกิจฐานราก
นางประภา ระบุเพิ่มเติมอีกว่า จังหวัดมีทิศทางเชิงนโยบายจ้างงานคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ วิสาหกิจชุมชนประจำอำเภอ เพื่อนำความรู้เทคโนโลยีเข้าไปขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนอย่างมืออาชีพ ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้ถือเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงฝีมือในการจัดการธุรกิจจริงและต่อยอดนวัตกรรมให้เกิดรายได้ที่มั่นคงแก่คนในท้องถิ่นตามเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดนนทบุรีในระยะยาว
ในส่วนของการต่อยอดเชิงพื้นที่ นายสมศักดิ์ วงศ์คำ นักส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สพจ.นนทบุรี ระบุว่า ผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาเป็นจุดนำร่องสำคัญของจังหวัดนนทบุรี โดยมีแผนขยายผลสู่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีในอำเภอต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม พร้อมนำข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และคุณภาพสินค้าที่นักศึกษารวบรวมไปใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยจะพัฒนาฐานข้อมูลให้รองรับทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสากล ซึ่งถือเป็นการต่อยอดเชิงพื้นที่ที่สอดคล้องกับนโยบายจังหวัดในการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นระบบ
สำหรับโครงการแยมมะเฟืองเลมอนแบรนด์ “Jam Community” ผลงานของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ DPU ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green) โดยนำทรัพยากรชีวภาพในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้นักศึกษายังได้เตรียมแผนการตลาดออนไลน์เพื่อรองรับยอดสั่งซื้อหลังจบงาน เพื่อให้แบรนด์ Jam Community เป็นธุรกิจที่เติบโตได้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์แยมมะเฟืองเลมอน “Jam Community” และสินค้า OTOP นนทบุรี สามารถเข้าเยี่ยมชมงานได้จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและสินค้าชุมชนรวมกว่า 50 ร้านค้า ซึ่งการร่วมอุดหนุนสินค้าในงานนอกจากจะได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผ่านการพัฒนาเชิงลึกแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป



