โฆษก ตร. พบแนวโน้มคดีและมูลค่าความเสียหายโดยรวมลดลง หลังลุยทลายเครือข่ายบัญชีม้า สั่งยกระดับกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ
วันที่ 25 เม.ย. 69 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเดินหน้าขับเคลื่อนการปราบปรามอาชญากรรมทาางเทคโนโลยีทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกงออนไลน์ สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลให้กับประชาชน
จากการที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการขับเคลื่อนตรวจสอบการถอนเงินหน้าเคาน์เตอร์ และเอทีเอ็ม ส่งไปให้หน่วยปฏิบัติทำการสืบสวน นำไปสู่การออกหมายจับ และมีการจับกุมม้าถอนเงิน คอกม้า (กลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า) และมีการขยายผลไปยังเครือข่ายเป็นจำนวนมาก ทำให้แนวโน้มอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีจำนวนเคสและมูลค่าความเสียหายลดลง
โดยพบว่าคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการมีจำนวนคดีมากที่สุด 73.5% ของคดีทั้งหมด ส่วนคดีหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุนเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงสุด 31.8% ของคดีทั้งหมด พร้อมทุกหน่วยยกระดับการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ที่มาลักลอบรวมตัวในประเทศไทยในการหลอกลวงประเทศอื่นด้วย
รวมทั้งให้ดำเนินการปราบปรามจับกุมการพนันออนไลน์ โดยเฉพาะที่มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 10 ล้านบาท และการจำหน่าย การโฆษณาอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์
ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพใน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
1. หลอกขายสินค้าและบริการ : มิจฉาชีพมักเปิดเพจปลอม หรือใช้โปรไฟล์ปลอม เสนอขายสินค้าราคาถูกเกินจริง และเมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะไม่ยอมส่งสินค้า
2. หลอกลงทุนอ้างผลตอบแทนสูง : มิจฉาชีพมักใช้โปรไฟล์ปลอม หรือนำเทคโนโลยี AI มาสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือเพื่อหลอกให้ร่วมลงทุน
3. หลอกทำงานเสริมออนไลน์ : มิจฉาชีพมักอ้างว่ามีรายได้ง่าย ๆ จากการกดไลก์ หรือรีวิวสินค้า โดยหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปก่อนเพื่อทำภารกิจ ห้ามหลงเชื่อรายได้ที่ดูเกินจริง และห้ามให้ข้อมูลสำคัญส่วนตัวเด็ดขาด


