ศูนย์ Potentialigence Center DPU ผนึกศิลปกรรม เปิด Inspiration Talk ครั้งแรก ดึง Nikar Greeprom ช่างภาพแฟชั่นระดับนานาชาติ เติมพลังนักศึกษา Creative สู่โลกอาชีพจริง
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยศูนย์ Potentialigence Center หรือศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพ ร่วมกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ จัดกิจกรรม Inspiration Talk ครั้งที่ 1 ตอน “My Power is Photography: จากเด็ก Art สู่ช่างภาพแฟชั่นระดับนานาชาติ” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ ห้อง Maker Space โดยมี ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยอาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง จากศูนย์ Potentialigence Center ร่วมจัดกิจกรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากมืออาชีพ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมก่อนทำงานจริง
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีคณาจารย์ และนักศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ เข้าร่วมฟังการบรรยาย พร้อมแลกเปลี่ยนคำถามกับวิทยากรอย่างใกล้ชิด โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณ ณิการ์ กรีพร้อม หรือ Nikar Greeprom ช่างภาพแฟชั่นระดับนานาชาติ ดีกรี Sony G Master Lens International KOL มาเป็นแขกรับเชิญถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานจริงในสาย Creative ทั้งทักษะสำคัญของคนทำงานยุคใหม่ การทำงานเบื้องหลังในวงการแฟชั่นระดับสากล การทำงานร่วมกับทีมระดับนานาชาติ ตลอดจนแนวทางการเตรียมตัวของนักศึกษาและเด็กจบใหม่ที่ต้องการเติบโตในสายงานสร้างสรรค์อย่างมืออาชีพ
•การเรียนศิลปะต้องต่อยอดได้ สู่การออกแบบและการสื่อสารร่วมสมัย
ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา เนื่องจากวิทยากรเป็นผู้มีประสบการณ์ทำงานจริงในระดับนานาชาติ และมีพื้นฐานด้านศิลปะที่เชื่อมโยงกับการเรียนของนักศึกษาศิลปกรรมศาสตร์โดยตรง การได้ฟังประสบการณ์จากมืออาชีพที่นำองค์ความรู้ด้านศิลปะไปต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพจริง ช่วยให้นักศึกษาเห็นว่า ศิลปะสามารถพัฒนาไปสู่การสื่อสารได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายแฟชั่น ซึ่งต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ มุมมองทางศิลปะ และเทคโนโลยีในการสร้างผลงานให้สื่อสารได้ตรงตามแนวคิด
“นักศึกษาศิลปกรรมศาสตร์มีพื้นฐานด้านศิลปะอยู่แล้ว ทั้งองค์ประกอบศิลป์ ประวัติศาสตร์ศิลป์ การใช้สี รูปทรง ลวดลาย และการเล่าเรื่องผ่านผลงานสร้างสรรค์ กิจกรรมครั้งนี้จึงช่วยให้นักศึกษาเห็นแนวทางการนำพื้นฐานเหล่านี้ไปต่อยอดกับศาสตร์และสาขาอาชีพของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนักศึกษาสาขาแฟชั่นที่ได้เรียนรู้ว่า การนำเสนอผลงานไม่ได้จบที่การออกแบบเสื้อผ้า แต่ต้องอาศัยภาพถ่ายในการถ่ายทอดแนวคิด บุคลิกของชุด อารมณ์ และโอกาสในการใช้งานให้ชัดเจน
ขณะเดียวกัน นักศึกษาสาขาอื่นก็สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน ทั้งด้านอินทีเรียร์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกมุมมอง การใช้พื้นที่ และการนำเสนอบรรยากาศผ่านภาพถ่าย รวมถึงด้านกราฟิกที่สามารถต่อยอดเรื่ององค์ประกอบภาพ การจัดวาง น้ำหนักภาพ สี แพตเทิร์น และลวดลาย ไปสู่การสร้างสรรค์งานออกแบบของตนเองได้อย่างเหมาะสม” คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว
ผศ.กมลศิริ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากทักษะด้านวิชาชีพ นักศึกษายังได้รับบทเรียนจากประสบการณ์จริง ทั้งเรื่องความผิดพลาด ความล้มเหลว การแก้ปัญหา ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะงานของช่างภาพต้องอาศัยทีมงานหลายฝ่าย ตั้งแต่สไตลิสต์ นางแบบ นายแบบ เมกอัปอาร์ติสต์ ทีมเสื้อผ้า ทีมแสง ไปจนถึงผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตผลงาน กิจกรรมลักษณะนี้จึงช่วยเติมเต็มการเรียนรู้ทั้งด้าน Hard Skills และ Soft Skills ทำให้นักศึกษาได้ฝึกมุมมองด้านศิลปะ การสื่อสารแนวคิด การทำงานเป็นทีม การรับมือกับปัญหา และทัศนคติในการทำงานจริง ก่อนก้าวสู่โลกอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม
•Potentialigence Center เสริมทักษะอาชีพ เชื่อมห้องเรียนกับโลกทำงาน
ด้าน อาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง จากศูนย์ Potentialigence Center หรือศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพ เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมด้านอาชีพให้แก่นักศึกษา ผ่านการเชื่อมโยงผู้เรียนเข้ากับโลกการทำงานจริง กิจกรรม Inspiration Talk ครั้งที่ 1 จึงจัดขึ้นในรูปแบบพูดคุยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งวิธีคิด ประสบการณ์การทำงาน แนวทางการพัฒนาตนเอง และการวางแผนเส้นทางอาชีพในอนาคต
สำหรับ Inspiration Talk ครั้งแรก ศูนย์ฯ เลือกนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับช่างภาพแฟชั่น เนื่องจากช่วงเวลาจัดงานตรงกับช่วงปลายปีการศึกษา และคณะศิลปกรรมศาสตร์มีกิจกรรมนำเสนอผลงาน Final Project ของนักศึกษาในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งสองหน่วยงานจึงเห็นร่วมกันว่า การจัด Inspiration Talk ต่อเนื่องจากการนำเสนอผลงาน จะช่วยเชื่อมโยงผลงานในห้องเรียนกับเส้นทางการทำงานจริง พร้อมเปิดมุมมองให้นักศึกษาเห็นโอกาสของงานสาย Creative ได้กว้างขึ้น โดยกิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ และนักศึกษาใหม่รหัส 69 บางส่วนเข้าร่วมรับฟังอีกด้วย
อาจารย์สุดถนอม กล่าวว่า การได้รับเกียรติจากคุณณิการ์ กรีพร้อม ช่างภาพแฟชั่นระดับนานาชาติ มาร่วมถ่ายทอดบทเรียนจากการทำงานในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญให้นักศึกษาได้เรียนรู้มาตรฐานการทำงานระดับสากล โดยเฉพาะงานสาย Creative ที่ต้องอาศัยทักษะเฉพาะทาง ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นมืออาชีพ และความสามารถในการปรับตัวให้ทันกับบริบทการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษามองเห็นแนวทางการเตรียมตัวและการพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวสู่โอกาสการทำงานทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
อาจารย์สุดถนอม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในปีการศึกษาหน้า ศูนย์ฯ มีแผนพัฒนากิจกรรม Inspiration Talk อย่างต่อเนื่อง โดยจะหมุนเวียนหัวข้อไปตามความสนใจของนักศึกษา และครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาจากทุกคณะและทุกวิทยาลัยได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในหลายสายอาชีพ ทั้งสาย Creative ธุรกิจ เทคโนโลยี สุขภาพ การบริการ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลกการทำงานยุคใหม่ พร้อมต่อยอดด้วย Workshop กิจกรรมออนไซต์และออนไลน์ เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต และให้นักศึกษาได้ค้นพบศักยภาพของตนเองได้มากขึ้น
•คนทำงาน Creative ต้องเข้าใจโจทย์ อดทน และแก้ปัญหาหน้างานได้
ในช่วงบรรยายหัวข้อ “My Power is Photography: จากเด็ก Art สู่ช่างภาพแฟชั่นระดับนานาชาติ” คุณณิการ์ กรีพร้อม ช่างภาพแฟชั่นระดับนานาชาติ กล่าวในช่วงหนึ่งว่า การทำงานในสายแฟชั่นและงานสร้างสรรค์ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจโจทย์ของงานให้ลึกพอ โดยเฉพาะงานแฟชั่นและงานโฆษณาที่ต้องทำงานร่วมกับหลายฝ่าย ทั้งลูกค้า สไตลิสต์ นางแบบ นายแบบ ศิลปิน ดารา และทีมโปรดักชัน ช่างภาพจึงต้องมองภาพรวมของงานให้ออก เข้าใจว่างานต้องการสื่อสารอะไร และถ่ายทอดแนวคิดของแบรนด์หรือผลงานให้ออกมาตรงตามเป้าหมายอย่างมืออาชีพ
คุณณิการ์ กล่าวว่า สำหรับนักศึกษาที่ต้องการเติบโตในสาย Creative สิ่งที่ควรฝึกฝนอย่างต่อเนื่องคือ ทีมเวิร์ก ความรับผิดชอบ และการแก้ปัญหาหน้างาน เพราะการทำงานจริงมักมีสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของภาพ เสื้อผ้า แสง มุมกล้อง หรือรายละเอียด ที่อาจยังไม่ตอบโจทย์ในขณะถ่ายทำ คนทำงานสร้างสรรค์จึงต้องมีความยืดหยุ่น คิดแก้ปัญหาได้รวดเร็ว และทำงานให้เดินหน้าต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง
สำหรับเด็กจบใหม่หรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นในสายถ่ายภาพและงาน Creative คุณณิการ์ แนะนำว่า สิ่งแรกที่ต้องมีคือ “ใจ” โดยเฉพาะความอดทน ความรับผิดชอบ และความตั้งใจพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะการเติบโตในสายงานสร้างสรรค์ต้องอาศัยการฝึกฝนซ้ำ ๆ การเปิดรับคำวิจารณ์ และการนำข้อเสนอแนะกลับมาปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องมือ เทคโนโลยี และ AI ที่ช่วยให้ภาพดูดีหรือดูเป็นมืออาชีพได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่จะทำให้คนทำงานเติบโตได้ในระยะยาว คือการสะสมประสบการณ์ สร้างมุมมองเฉพาะของตนเอง และนำความรู้ด้านองค์ประกอบศิลป์ สุนทรียศาสตร์ และการสื่อสาร มาหลอมรวมเป็นผลงานที่มีตัวตนของตนเองอย่างแท้จริง
•จุดไฟในตัวเอง เปลี่ยนความกดดันเป็นพลังพัฒนาผลงาน
ขณะที่นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่าง นายภูมิพัฒน์ ริมสมุทรไชย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ตนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพราะมีความสนใจด้านการถ่ายภาพเป็นทุนเดิม และมองว่างานภาพถ่ายมีความเกี่ยวข้องกับการเรียนแฟชั่นโดยตรง เนื่องจากการนำเสนอผลงานแฟชั่นต้องอาศัยทั้งการออกแบบเสื้อผ้าและการใช้ภาพถ่ายในการถ่ายทอดแนวคิด อารมณ์ ตัวตน และเอกลักษณ์ของผลงานให้ผู้ชมเข้าใจได้ชัดเจน
“กิจกรรมครั้งนี้ช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลงานของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงที่เคยรู้สึกกดดันจากการเปรียบเทียบผลงานด้านศิลปะและแฟชั่นของตนเองกับผลงานของคนเก่ง ๆ การได้ฟังคำแนะนำจากวิทยากรทำให้เข้าใจว่า ช่วงวัยนักศึกษาคือช่วงเวลาของการทดลอง เรียนรู้ ฝึกฝน และค่อย ๆ พัฒนาตนเองไปทีละขั้น จึงมีกำลังใจกลับไปพัฒนาโปรเจกต์รายวิชาหลักการออกแบบแฟชั่นต่อด้วยมุมมองใหม่ ตั้งใจทำผลงานปัจจุบันให้ดีที่สุด และนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปต่อยอดให้งานครั้งต่อไปมีคุณภาพ” นายภูมิพัฒน์ กล่าว



