CIBA-DPU ยกระดับศักยภาพนักบัญชีดิจิทัล ดึง “ถนอม TAXBugnoms” เปลี่ยนความรู้ภาษีสู่โอกาสธุรกิจยั่งยืน
วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต และหลักสูตรบัญชีบัณฑิต จัดงานสัมมนาวิชาการ “นักบัญชียุคใหม่ เปลี่ยนความรู้ภาษีให้เป็นธุรกิจสร้างตัวตน” เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ด้านกฎหมายภาษีและเทคโนโลยีดิจิทัล ไปประยุกต์ใช้สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างตัวตนได้อย่างมืออาชีพ
โดยได้รับเกียรติจาก คุณถนอม เกตุเอม หรือ “TAXBugnoms” ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์เชิงลึก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักบัญชีรุ่นใหม่ก้าวข้ามกรอบการทำงานในรูปแบบเดิม สู่การเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจและผู้ประกอบการมืออาชีพที่เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.อริสรา ยิ่งยง ผู้อำนวยการหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต และผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ดร.ณัฐพัชร์ นวลมณีฐิติ รองคณบดี CIBA ให้การต้อนรับพร้อมนำทีมนักศึกษาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการบริหารจัดการภาษีในยุค Data-Driven โดยในโอกาสนี้ ผศ.ดร.อริสรา ได้กล่าวถึงความสำคัญของการเรียนรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีสากล ซึ่งกรมสรรพากรใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ “คุณถนอม เกตุเอม” ได้บรรยายถึงหัวใจสำคัญของการศึกษาระดับสูงว่าเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็น “ทางเลือกและโอกาส” เพื่อยกระดับบทบาทนักบัญชีจากการเป็นเพียงผู้จัดการเอกสารสู่การเป็นนักสื่อสารและนักวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
“ความรู้ที่เรามีจะมาพร้อมกับทางเลือกในชีวิตและทางเลือกที่หลากหลายก็จะนำไปสู่โอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น ซึ่งการเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ในระดับสูงไม่ได้ช่วยแค่เรื่องของผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างอำนาจในการตัดสินใจให้กับตนเอง เพื่อให้เราสามารถก้าวไปสู่จุดที่ต้องการและสร้างความมั่งคั่งในวิชาชีพได้อย่างแท้จริง” คุณถนอม กล่าวพร้อมขยายความว่า ในยุคที่ข้อมูลซับซ้อน “นักบัญชีต้องยกระดับจากผู้จัดการเอกสาร” สู่การเป็น “นักวิเคราะห์กลยุทธ์” ที่บริหารความเสี่ยงและเสนอทางออกทางกฎหมายได้อย่างแม่นยำ เพราะการเป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจบริบทธุรกิจจริงคือ กุญแจสำคัญในการเปลี่ยนความรู้ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน
สำหรับประเด็นกฎหมายภาษีเชิงลึกที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ในปัจจุบัน คุณถนอม ได้เจาะลึกการตีความมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากรตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศ โดยอธิบายหลักการว่า หากผู้มีเงินได้มีสถานะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (พำนักรวมกันถึง 180 วันในปีภาษีนั้น) และมีเงินได้จากหน้าที่งานหรือกิจการในต่างประเทศ
เมื่อมีการนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีใด ก็ตามถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีภาษีนั้นทันที ซึ่งจุดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่นักบัญชีต้องมีความแม่นยำในการแยกแยะระหว่าง “เงินต้น” และ “กำไร” เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้เสียภาษีได้อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังได้แนะแนวทางให้นักศึกษาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) รวมถึงภาษีขั้นต่ำระดับโลก (Global Minimum Tax) ภายใต้เกณฑ์ Pillar 2 ซึ่งเป็นองค์ความรู้ระดับสูงที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการภาษีของกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในอนาคตอันใกล้
ในส่วนของการบริหารจัดการสินทรัพย์ SMEs คุณถนอม เปรียบเทียบความคุ้มค่าของการเลือกใช้รถยนต์ในนามนิติบุคคล พร้อมแนะนำว่าการเลือกทำสัญญาเช่าดำเนินงาน Leasing มีข้อได้เปรียบมากกว่าการซื้อขาด เนื่องจากสามารถนำค่าเช่าสูงสุดเดือนละ 36,000 บาท มาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวนและยังสามารถวางแผนการซื้อคืนในมูลค่าที่เหมาะสมเมื่อจบสัญญา
ขณะเดียวกันยังเตือนนักบัญชีสายแพลตฟอร์มออนไลน์ให้คำนวณรายได้จากยอด “Gross Revenue” หรือยอดขายก่อนหักค่าธรรมเนียม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการตรวจสอบธุรกรรมอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายการบรรยาย คุณถนอม ยังกล่าวด้วยรอยยิ้มถึงทิศทางของระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์อย่าง E-Tax Invoice และ E-Receipt ที่ภาครัฐกำลังขับเคลื่อนเพื่อยกระดับความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อมูล และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนแฝง พร้อมยกระดับความแม่นยำในการจัดการข้อมูลในระยะยาว พร้อมกันนี้ยังส่งเสริมให้นักศึกษาบัญชีมหาบัณฑิต DPU พัฒนาทัศนคติและแสวงหาความรู้ใหม่อยู่เสมอ
โดยย้ำว่า “ความรู้ภาษีที่มีคุณค่าที่สุด” คือการนำไปใช้สร้างทางเลือกและแก้ปัญหาให้ธุรกิจได้จริง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างตัวตนให้โดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนบนเส้นทางวิชาชีพต่อไป
“สิ่งที่สำคัญของการที่เรามาพบกันในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการมุ่งเน้นเพิ่มพูนข้อมูลความรู้ใหม่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการชวนให้ทุกคนกลับมาทบทวนและขบคิดว่า จะนำองค์ความรู้และวิชาชีพที่สั่งสมมานี้ไปสร้างคุณค่าและเป้าหมายในทิศทางใด เพราะเมื่อเราเสริมสร้างความเชี่ยวชาญจนสามารถมองเห็นทางเลือกที่หลากหลาย โอกาสใหม่ๆ ในชีวิตย่อมเกิดขึ้นได้มากกว่าคนอื่นเสมอ” คุณถนอม กล่าวทิ้งท้าย



