เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน “ลดเวลาหน้าจอ” ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ สสส. จับมือ DE สร้าง “เกราะป้องกันภัยสังคม” ตั้งแต่เด็กปฐมวัย สู่กลไกนโยบาย ปิดช่องว่างภัยเสี่ยงออนไลน์

วันที่ 21 มิ.ย. 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10% ใช้งานอินเทอร์เน็ต และใช้เวลาบนโลกออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาที/วัน

ขณะที่เด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง/วัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาวะทุกมิติ เด็กไทยเผชิญความเสี่ยงต่อภัยออนไลน์ ทั้งการถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ (Cyberbullying) ภัยคุกคามทางเพศ รวมถึงการติดพนันออนไลน์ จนเกิดผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ และภาวะหนี้สิน

นายทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า อิทธิพลของการโฆษณาและการซื้อขายผ่านสื่อออนไลน์ ยังสร้างค่านิยมผิดทางสุขภาพ โดยเฉพาะพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลให้เยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์เป็นจำเป็นและเร่งด่วน

นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนจึงมอบหมายให้ สสส. สรุปประเด็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการ “ลดเวลาหน้าจอ” ของเด็กและเยาวชน เพื่อบูรณาการงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องพิจารณาว่าต้องมีประเด็นใดที่จำเป็นต้องออกข้อกำหนด หรือระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. จะศึกษาผลกระทบของการออก มาตรการ เรื่องการกำหนดเวลาการใช้หน้าจอสื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเทศบังคับใช้แล้ว

อาทิ ออสเตรเลีย บังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีบทลงโทษบริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ ปรับสูงสุดถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1,130 ล้านบาท หากพบว่า ละเมิดกฎและไม่คัดกรองการใช้งานของเด็ก

ที่ผ่านมา สสส. ให้ความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมรับมือภัยออนไลน์ เปลี่ยนความตระหนักรู้เป็น “เกราะป้องกันภัยสังคม” โดยลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ผลักดันกฎหมาย และกลไกเชิงนโยบายคุ้มครองเด็กจากสื่อออนไลน์ให้สอดคล้องปัจจุบัน

เฝ้าระวังภัยออนไลน์ที่ส่งผลต่อสุขภาวะ พัฒนาระบบแจ้งเบาะแสและติดตามเว็บผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ไฟฟ้า พนันออนไลน์ กำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ในการปิดบล็อกเว็บไซต์อันตรายเชิงรุก พัฒนา “อาสาสมัครดิจิทัล” และขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเชิงบวกเพื่อสุขภาวะที่สมดุล โดยทำงานผ่านยุทธศาสตร์ 4 ด้าน

1.เสริมภูมิคุ้มกัน มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเท่าทันสื่อและดิจิทัล และความรอบรู้ทางสุขภาพ
2.พัฒนาเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและชุมชน
3.สื่อสารเชิงรุกผ่านการรณรงค์ เพื่อสร้างค่านิยมในการใช้สื่อเพื่อสุขภาวะ
4.ผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนงานป้องกันภัยออนไลน์เชิงรุก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน