DPU จับมือ BOI–อว.–สอวช. ปั้น ‘สถาปนิกสุขภาพ’ ผสานนวัตกรรมอาหาร Wellness และ AI ขับเคลื่อนธุรกิจไทย

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ปรุงสุข” ภายใต้โครงการ Skill Bridge เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหารให้พร้อมสู่การเป็นสถาปนิกสุขภาพ หรือ Health Architect ที่พร้อมแข่งขันในตลาด Wellness ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

สำหรับกิจกรรมการอบรมในวันดังกล่าวได้รับเกียรติจาก เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี Wellness Chef และนักออกแบบนวัตกรรมอาหารสุขภาพ เจ้าของร้านอาหารสุขภาพ “มีฤทธิ์” (Merit Food Hub), ศ.ดร.สิริชัย อดิศักดิ์วัฒนา จากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เชฟโอ๋-ญาณัช มะอาจเลิศ กรรมการสมาคมเชฟประเทศไทย และ อาจารย์ภควดี วรรณพฤกษ์ จากหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์

ในการบรรยายเชิงลึกนั้น เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี Wellness Chef และนักออกแบบนวัตกรรมอาหารสุขภาพ เจ้าของร้านอาหารสุขภาพ “มีฤทธิ์” (Merit Food Hub) ได้นำเสนอกรอบแนวคิด The 5-Step Framework เพื่อปฏิวัติการทำอาหารจากการตั้งคำถามว่าจะปรุงอะไรไปสู่การตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ว่า “เรากำลังปรุงเพื่อผลลัพธ์ทางสุขภาพในด้านใด” โดยกระบวนการเริ่มต้นจากขั้นตอน Identify เพื่อระบุวัตถุประสงค์ผ่านวัตถุดิบกลุ่ม Functional Ingredients ที่มีผลงานวิจัยรองรับ และการใช้เทคนิค Extraction เพื่อรักษาคุณค่าสารอาหารสูงสุดผ่านกระบวนการคหกรรมศาสตร์ที่เหมาะสม

นอกจากนี้ เชฟนายยังอธิบายถึง Food Synergy ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารอาหารเพื่อผลลัพธ์ที่มากกว่าการบริโภคแยกส่วน พร้อมชี้ให้เห็นการใช้ AI เพื่อค้นหาโปรไฟล์รสชาติที่ส่งเสริมกัน ควบคู่ไปกับการสร้าง Balance เพื่อลดทอนรสสัมผัสที่รุนแรง และการ Harmonize เพื่อสร้างความหลากหลายทางโภชนาการผ่านสำรับอาหารไทย

โดยตัวอย่างกรณีศึกษาการออกแบบเมนู Anti-inflammatory คือการใช้มะเขือเทศซึ่งมี Lycopene สูง เคี่ยวช้าๆ ในน้ำพริกอ่องเพื่อเพิ่มการดูดซึมสารสำคัญ จับคู่กับไขมันดีและถั่วเน่าแข็บที่ช่วยสร้างสมดุลรสชาติและบำรุงสุขภาพลำไส้ มาเป็นโจทย์เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึง “หัวใจสำคัญของการเลือกวัตถุดิบ” หลักคิดดังกล่าวยังเป็นแนวทางที่เชฟนายใช้พัฒนาสูตรอาหารสุขภาพ รวมถึงนำไปประยุกต์ออกแบบเมนูที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบให้แก่นิตยสารชีวจิต

เพื่อให้องค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้จริง มหาวิทยาลัยยังได้นำนวัตกรรม AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ โดย อาจารย์ภควดี วรรณพฤกษ์ จากหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้นำเทคโนโลยี AI มาเป็นเครื่องมือทุ่นแรงสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยชี้ให้เห็นว่า AI สามารถเป็นได้ทั้ง “โค้ช” และ “เพื่อนคู่คิด” ในการลดขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การออกแบบเมนู ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนและการสร้างคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว

โดยในช่วงกิจกรรม AI Workshop ภายใต้หัวข้อ “การออกแบบเมนูอาหารสุขภาพด้วยหลัก FLAVOR DESIGN และ การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของไทย” ผู้เข้าอบรมได้ร่วมทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อทดลองออกแบบเมนูจริงร่วมกับโค้ช AI Character “ข้าวหอม” โดยเริ่มต้นบทสนทนาทักทายเพื่อให้โค้ชข้าวหอมกำหนดโจทย์สถานการณ์จำลอง และชวนร่วมกันระดมความคิดเพื่อออกแบบเมนูอาหารสุขภาพ

ผู้เรียนสามารถขอคำแนะนำและไอเดียจากโค้ชข้าวหอมได้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการให้ช่วยนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่น เสนอโปรไฟล์รสชาติ ไปจนถึงช่วยวิเคราะห์ความสมดุลของรสชาติอาหาร ก่อนที่จะทำการ Generate ภาพเมนูอาหารจำลองเพื่อนำมาส่งมอบเป็นชิ้นงาน

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ภควดี ยังได้เน้นย้ำเรื่องการใช้ “วิจารณญาณ” ในการตรวจสอบข้อมูล เนื่องจาก AI อาจให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นการนำข้อมูลด้านสูตรอาหารและโภชนาการที่ได้มาตรวจสอบซ้ำกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ด้านโภชนบำบัดที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุดก่อนนำไปใช้จริงในเชิงธุรกิจ

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ถือเป็นภาคต่อจากพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมี ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม เป็นประธานเปิดงานเพื่อมุ่งเน้นการลงทุนในศักยภาพมนุษย์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้กิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้หลักสูตรดังกล่าวยังเป็นการระดมกลุ่มเชฟชื่อดังและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ อาทิ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย, เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธ์, ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ, ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ จากวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ CIMw-DPU มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงผ่าน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่ วิทยาศาสตร์โภชนาการ การคัดสรรอาหารฟังก์ชัน การสร้างแบรนด์ และนวัตกรรมเชิงธุรกิจ เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นผู้ประกอบการสุขภาพที่พร้อมเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Wellness ระดับโลก

โดยตลอดระยะเวลาของการอบรม บรรยากาศเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านโภชนบำบัดที่ครบวงจร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาศักยภาพบุคคล หรือ Human Potential ของ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่นำโดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายวิชาการ ร่วมผลักดันการพัฒนาศักยภาพมนุษย์เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน