​เศรษฐกิจชะลอตัว แบงก์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ ดันธุรกิจโฉนดแลกเงิน “Land for Loan” เติบโตต่อเนื่อง เป็นแหล่งสินเชื่อทางเลือกที่ดูเพียงหลักประกันไม่ตรวจเครดิตบูโร ช่วยลูกค้าขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ในอัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ล่าสุดเห็นช่องว่างการตลาด เปิดตัวธุรกิจใหม่ “Miss Call” เช่าซื้อมือถือ ต่อยอดธุรกิจ

“การขอสินเชื่อทุกวันนี้ค่อนข้างเข้มงวด ยอดรีเจคท์จากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นมาก คนเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น เราเข้ามาเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ ด้วยบริการสินเชื่อมีหลักประกันของ Land for Loan” นางสาวแพรรินทร์ เรืองปัญญาวุฒิ กรรมการผู้จัดการ ผู้ก่อตั้งบริษัท แลนด์ ฟอร์ โลน จำกัด (Land for Loan) เล่าถึงที่มาของธุรกิจสินเชื่อในฐานะนอนแบงก์ (Non-Bank) ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน โดยอ้างอิงหลักประกัน (โฉนด และเอกสารสิทธิ์อสังหาฯ) ​ซึ่งเธอบอกว่า เปิดมาได้ 3 ปีเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละกว่า 20%

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯให้บริการสินเชื่อมีหลักประกัน คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 5,000 ล้านบาท จากธุรกรรมเกือบ 4,000 รายการ ด้วยโมเดลธุรกิจของการเป็นโบรกเกอร์ ทำหน้าที่เป็นคนกลาง เปิดรับลูกค้าที่มีหลักประกันและต้องการสินเชื่อ จากนั้นให้กับนักลงทุน ซึ่งมีในเครือข่ายกว่า 3,000 ราย เพื่อหาดีลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

“Land for Loan เป็นแพลตฟอร์มคนกลางที่เชื่อมเจ้าของทรัพย์สินกับนายทุนให้แมทช์กัน ด้วยการทำสัญญา 3 ฝ่าย ปล่อยสินเชื่ออย่างโปร่งใสในราคาที่เป็นธรรม” เธอกล่าวและว่า โดยปกติบริษัทจะเป็นคนพิจารณาทรัพย์ทุกชิ้น เพื่อคัดกรองทรัพย์ก่อนปล่อยสินเชื่อ

การประเมินสินทรัพย์ต้องใช้ประสบการณ์ นางสาวแพรรินทร์ เผยว่าเธออยู่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มานานกว่า 10 ปี อีกทั้งครอบครัวเธอยังเป็นผู้พัฒนาหมู่บ้านจัดสรรขายมาก่อน ในขณะที่ตัวนางสาวแพรรินทร์ เองก็เป็นอาจารย์สอนด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง จึงเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจอสังหาฯ และมีเครือข่ายนักพัฒนาที่ดิน และนักลงทุนด้านอสังหาฯ จำนวนมาก จึงสามารถทำธุรกิจคนกลางได้อย่างมีฐานข้อมูล และมีความชอบธรรม

ความชอบธรรมแรก คือ การปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด เริ่มต้นตั้งแต่ 9% ไปจนถึงสูงสุด 15% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำหากเทียบกับสินเชื่อนอกระบบ ที่คิดกันอยู่ 25-30% บางรายมากกว่านั้น นอกจากนี้ Land for Loan ยังกำหนดเป็นนโยบายหลักว่า ไม่ต้องการยึดทรัพย์หลักประกัน

โดยพยายามผลักดันให้ลูกค้าชำระหนี้ได้ตามวงเงิน ซึ่งเธอบอกว่าไม่มีลูกค้าคนไหน อยากให้ถูกยึดทรัพย์แน่นอน เพราะวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยส่วนใหญ่ เป็นมูลค่าไม่เกิน 50-60% ของราคาตลาดของสินทรัพย์นั้นๆ และหากเกิดกรณีนายทุนอยากยึดหลักประกัน บริษัทจะเป็นคนนำเงินก้อนไปไถ่ถอนออกมาให้ลูกค้าก่อน

“เราปล่อยวงเงินที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงกับลูกค้าทุกฝ่าย” ผู้บริหาร Land for Loan ย้ำว่านี่คือจุดแข็งอีกอย่างของระบบรับจำนำขายฝาก กลไกราคามีส่วนกำหนดการชำระหนี้
อย่างไรก็ดี เธอยอมรับว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อ ย่อมมีหนี้เสียซึ่งบริษัทมีหนี้เสียอยู่บ้างแต่เพียงเล็กน้อย ไม่ถึง 1% ส่วนใหญ่ลูกค้ายังเป็นบัญชีปกติมากกว่า

นอกจากแนวคิดที่ชัดเจน วิธีดำเนินการของ Land for Loan ก็ชัดเจนด้วยเมื่อสามารถจับคู่ เจ้าของหลักประกันผู้ขอกู้ กับนายทุนผู้ให้กู้ได้แล้ว ทั้งสามฝ่ายจะไปดำเนินการที่หน่วยงานกรมที่ดินโดยตรง ซึ่งชัดเจนและเชื่อถือได้ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยบริษัทฯ เป็นเพียงคนกลางเชื่อมโยงสองฝ่ายมาเจอกัน จากนั้นบริษัทฯ จะได้รับบริการ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละเคส

“อีกจุดเด่นของแพลตฟอร์ม Land for Loan คือบริการทุกอย่างบนออนไลน์ ลูกค้าสามารถสมัครขอสินเชื่อทางออนไลน์ หากเอกสารทุกอย่างครบขั้นตอน เราสามารถบริการได้เร็วที่สุดได้รับเงิน ภายใน 1 วันทำการ ซึ่งนับเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจในบริการที่สะดวกและรวดเร็ว”
นางสาวแพรรินทร์ เผยว่าในด้านนักลงทุน มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้แรงจูงใจจากดอกเบี้ย 9-15% ซึ่งสูงกว่าการลงทุนให้หุ้นกู้ที่ปกติดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 7% และมาระยะหลังยังพบปัญหาหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้กันมากขึ้น ตามที่เป็นข่าวหลายบริษัท ข้อเสนอเรื่องปล่อยสินเชื่อมีหลักประกัน พร้อมได้ดอกเบี้ย 15% จึงจูงใจได้ดีกว่า จึงมีนายทุนมาลงทุนกับ Land for Loan จำนวนมาก

“ตัวนี้ดีกว่าถึงแม้จะไม่ได้เป็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่คุณมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ความเสี่ยงเทียบเท่าหุ้นกู้ แต่ดอกเบี้ยได้มากกว่า ซึ่งถือเป็นอีกกลยุทธ์การขยายฐานนายทุน ของ Land for Loan”

หลังจาก Land for Loan เติบโตมาได้ดีอย่างต่อเนื่อง ผู้ก่อตั้งธุรกิจมองว่ายังมีโอกาสขยายบริการต่อเนื่องได้อีก เธอจึงเริ่มต้นธุรกิจใหม่ “Miss Call” โดยก่อตั้ง บริษัท มิส คอลล์ ฟินเทค จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจเช่าซื้อ โทรศัพท์มือถือ เริ่มต้นจาก iPhone และ iPad เนื่องจากมองว่าตลาดมีความต้องการสูง และอุปกรณ์เหล่านี้กำลังเป็นเครื่องมือ ประกอบอาชีพของกลุ่มคนที่ทำธุรกิจออนไลน์ ต่อไปจะขยายสู่เครื่องแอนดรอยด์เพิ่มเติม “มือถือเครื่องละ 5-6 หมื่นบาท ราคาค่อนข้างสูง คนที่ไม่มีหรือไม่ใช้บัตรเครดิต จะไม่สามารถซื้อแบบผ่อนชำระได้ เราเห็นช่องว่างตรงนี้ จึงให้บริการ Miss Call ปล่อยวงเงินเช่าซื้อมือถือ ซึ่งได้การตอบรับดีมาก”

นางสาวแพรรินทร์ เผยและว่า บริการใหม่นี้ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่มียอดธุรกรรมเข้ามาแล้วมากกว่า 10 เคส ถือว่าตลาดตอบรับดี และบริษัทมองว่าตลาดนี้จะยังขยายตัวได้อีกมากแน่นอน
“ปัจจุบันสมาร์ตโฟนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารเท่านั้น มันคืออุปกรณ์ทำมาหากิน ใช้ไลฟ์สด ใช้อะไรหลายอย่าง แต่ก่อนหนึ่งคนมีหนึ่งเครื่อง แต่อนาคตหนึ่งคนต้องมี 2-3 เครื่อง เครื่องหนึ่งใช้ไลฟ์ อีกเครื่องใช้โทร อีกเครื่องใช้เบอร์ครอบครัว” ผู้บริหาร Miss Call มองอนาคต ความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือ จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ประกอบกับราคาเครื่องแพงขึ้น กำลังซื้อของคนชั้นกลางอาจไม่พร้อมสำหรับการซื้อเงินสดเต็มราคา แต่พร้อมที่จะวางเงินดาวน์สัก 10% จากนั้นผ่อนชำระต่อ ซึ่งบริษัทมีให้เลือกทั้งผ่อนรายวัน (เริ่มต้นวันละ 89 บาท) เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ต่อยอดสร้างรายได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีจำนวนไม่น้อยในสังคม

“Land for Loan เป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้เราเข้าใจคนรากหญ้า ต่อยอดด้วย Miss Call ซึ่งเป็นตลาด Mass โตได้เร็วกว่า คาดว่าจะทำยอดได้ 100 ล้านบาทภายใน 6 เดือน” ผู้บริหาร Land for Loan และ Miss Call กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน