กองทุนอนุรักษ์พลังงาน อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตประชาชน

นับตั้งแต่เกิดวิกฤติพลังงานรอบล่าสุด ที่เกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจนขยายความรุนแรง ทำให้มีการปิดเส้นทางเดินเรือ ในช่องแคบฮอรมุต ส่งผลต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สะท้อนไปถึงค่าครองชีพประชาชนโดยตรง ทำให้หลายภาคส่วนตัว กลับมามองเรื่องของโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ สะท้อนความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน ทำไมไม่สามารถแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาพยุงราคาและเกิดหนี้ระยะยาว

หนึ่งในคำถาม ที่น่าสนใจจากคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ กลายเป็นกระแส และข้อสังเกต ในเรื่องของโครงสร้างราคาน้ำมันทันที เมื่อมีการตั้งคำถามตรงๆ ว่า เหตุใดประชาชนยังต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานลิตรละ 5 สตางค์ คำถามนี้สะท้อนความรู้สึกคนไทยทุกคน และเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงพลังงานต้องชี้แจงให้กระจ่าง

ข้อเท็จจริงที่วางไว้ในโครงสร้างราคาน้ำมัน

1.เหรียญอีกด้าน 5 สตางค์ที่ลดลงมาแล้ว กับเงินสะสมที่ไม่ใช่ “เงินเย็น” ในมุมของหน่วยงานด้านพลังงาน สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจตรงกันคือ อัตราจัดเก็บ 5 สตางค์ (0.05 บาท) ต่อลิตรในปัจจุบันนั้น เป็นอัตราที่ถูกปรับลดลงมาจากอดีตอย่างมากแล้ว (เดิมเคยจัดเก็บสูงถึง 7 ถึง 25 สตางค์ต่อลิตร) การลดลงมาเหลือ 5 สตางค์ ก็เพื่อผ่อนคลายภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวน

ประเด็นต่อมาคือ ตัวเลข “เงินสะสมหมื่นกว่าล้านบาท” นั้น หากมองจากภายนอกอาจดูเหมือนเงินที่นอนนิ่งอยู่ในบัญชีโดยไม่ได้ทำอะไร แต่ในระบบงบประมาณแผ่นดินและกองทุนหมุนเวียน เงินจำนวนนี้มีสภาวะเป็น “งบประมาณที่มีภาระผูกพัน (Committed Budget)” กล่าวคือ เป็นเงินที่ได้รับการอนุมัติกรอบโครงการต่อเนื่องหลายปีไว้แล้ว เช่น โครงการสนับสนุนพลังงานสะอาดในระดับชุมชน โครงการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในโรงพยาบาล และโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งทยอยเบิกจ่ายตามงวดงานจริง ไม่ใช่เงินสดคงค้างที่ไร้จุดหมาย

2.ดอกผลที่กลับคืนสู่ประชาชน: เปลี่ยนเงินกองทุนเป็นสวัสดิการพลังงาน

คำถามสำคัญถัดมาคือ แล้วเงินเหล่านี้ถูกนำไปทำประโยชน์อะไรให้จับต้องได้จริง นอกเหนือจากงานวิจัยเชิงทฤษฎี กองทุนอนุรักษ์พลังงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ถูกปรับทิศทางให้นำลงสู่ “การปฏิบัติจริง” ในระดับฐานรากมากขึ้น อาทิ

• ลดภาระงบประมาณสาธารณสุข: การอุดหนุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ประหยัดพลังงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และโรงพยาบาลชุมชนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ ช่วยลดค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาลได้ปีละหลายร้อยล้านบาท ส่งผลให้โรงพยาบาลมีงบประมาณเหลือไปซื้อยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาประชาชนได้มากขึ้น

• พลังงานเพื่อการเกษตรและชุมชน: การสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรในพื้นที่แล้งซ้ำซาก ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันดีเซลของเกษตรกรในการสูบน้ำเข้าไร่นาโดยตรง ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับข้าว พืชผล และผลไม้ ลดระยะเวลาและการสูญเสียระหว่างการผลิต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร นอกจากนี้การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรและวิสาหกิจชุมชน ผ่านการเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ตลอดจนการส่งเสริมการผลิตพลังงานชีวมวล และก๊าซชีวภาพจากเศษวัสดุทางการเกษตร

• การลดการใช้พลังงานในภาครัฐ: การเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้า efficiency สูงในอาคารภาครัฐ เพื่อลดการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินระยะยาว

3.การบ้านข้อใหญ่: ความโปร่งใส และการใช้เงินเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน

สิ่งที่กระทรวงพลังงาน และสำนักงานบริหารกองทุนฯ (สบก.) ต้องเร่งดำเนินการทันที เพื่อสร้างความมั่นใจแก่สังคม มี 3 ประการสำคัญ

1.เปิดเผยข้อมูลแบบ Open Data: ทำระบบ Dashboard ออนไลน์ที่ประชาชนทุกคนสามารถสแกน QR Code เข้าไปดูได้ทันทีว่า เงินกองทุนฯ ถูกจัดสรรไปที่โครงการใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีผลลัพธ์ในการประหยัดพลังงานได้กี่ล้านบาท

2.ทบทวนอัตราจัดเก็บตามกรอบ EEP: หากเงินสะสมและรายได้ประจำปีเพียงพอต่อการขับเคลื่อนแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) แล้ว การพิจารณาปรับลดหรือหยุดพักการจัดเก็บชั่วคราวเมื่อเงินสะสมเกินเกณฑ์ ก็เป็นทางเลือกเชิงนโยบายที่ควรนำมาพิจารณาอย่างยืดหยุ่น

3.คัดกรองโครงการอย่างเข้มงวด: ยุติการสนับสนุนโครงการแจกจ่ายอุปกรณ์ที่ขาดการดูแลรักษาต่อเนื่อง และเน้นโครงการสร้างความยั่งยืนที่มีกลไกการรับประกันผลสัมฤทธิ์ชัดเจน

เงิน 5 สตางค์อาจไม่ใช่ตัวเลขที่สูงเกินไป แต่ในยุคที่ค่าครองชีพกดดันประชาชนทุกตารางนิ้ว ทุกสตางค์ที่ถูกดึงออกจากกระเป๋าคนไทย ต้องมีคำตอบที่โปร่งใส และคุ้มค่าที่สุด การรับฟังและนำข้อคิดเห็นจากเวทีงบประมาณ มาปรับปรุงการทำงาน จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ “กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน” เป็นเครื่องมือ และกลไกสำคัญต่อระบบการสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างแท้จริง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน