ปภ. แจ้งเตือน 10 จังหวัด กทม. เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลกับพื้นที่ ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ เตรียมยกของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
วันที่ 22 ก.ย.2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจาก กรมชลประทานว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1–9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 29 ก.ย.ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,400–1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขามีประมาณ 150–200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 1,550–1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 1,000–1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.50–1.50 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ
ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จึงประสานไปยัง 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่
- อุทัยธานี
- ชัยนาท
- สิงห์บุรี
- อ่างทอง
- สุพรรณบุรี
- พระนครศรีอยุธยา
- ลพบุรี
- ปทุมธานี
- นนทบุรี
- สมุทรปราการ
- กรุงเทพมหานคร
ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ หากมีแนวโน้มเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ขอให้จังหวัด ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้ติดตามระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำ เพื่อความปลอดภัย