“รมว.กลาโหม” ปิดหลักสูตร วปอ.68 ชู “Resilient Thailand” รับมือโลกผันผวน ย้ำ AI-ไซเบอร์-สแกมเมอร์ ภัยใหม่ประเทศ ชี้ใช้ความรู้-เครือข่าย สร้าง “Resilient Thailand” ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ที่หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เป็นประธานใน พิธีปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยพล.อ.สิทธา มหาสันทนะ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ท.อรรคเดช ประทีปอุษานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ให้การต้อนรับ

โดยในปีนี้มีผู้จบการศึกษาหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 68 จำนวนทั้งสิ้น 298 คน พร้อมกับได้มีการให้รางวัลกับโครงการ The Ten ซึ่งเป็นรางวัลเพื่อสังคมดีเด่น ซึ่งทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือ หมู่ไก่ฟ้า สำหรับหลักสูตร วปอ. มีหน้าที่ประศาสน์วิทยาการชั้นสูงที่เกี่ยวข้องในการป้องกันราชอาณาจักร ให้แก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งผู้บริหารจากภาคเอกชน และภาคการเมือง เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจนตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าตลอดไป ซึ่งปัจจุบันหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร มีระยะเวลาอบรม 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568-กันยายน พ.ศ. 2569 กิจกรรมการศึกษา ประกอบด้วย การฟังการบรรยายและการอภิปราย การถกแถลง การนำเสนอผลงาน ใช้รูปแบบ Mixed Learning Mode เน้น Active and Participatory Learning การเดินทางดูกิจการภายในประเทศ และต่างประเทศ กิจกรรมสัมพันธ์ และกิจกรรมพิเศษ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และความเข้าใจในบริบทจริงของปัญหาความมั่นคงและสังคม

โดยภายหลังจากการรับรางวัลโครงการ The Ten พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีโอกาสเจอทุกคนเป็นครั้งที่ 3 ของสัปดาห์ ซึ่งเป็นการเจอด้วยความตั้งใจ และในฐานะที่ตนเคยศึกษาปี 2561 ขอขอบคุณเหล่าคณะอาจารย์ที่บรรยายให้นักศึกษาฟังมาตลอดตั้งแต่ 5-10 ปี อีกทั้งตนขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลโครงการ The Ten ซึ่งหลังจากจบการศึกษาแล้วถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจที่สำคัญกว่าเดิมในการที่จะได้ร่วมกันมองไปข้างหน้าเพื่ออนาคตของประเทศไทย

พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีความยืดหยุ่นและมีความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายจากบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งภัยไซเบอร์และภัยจากสแกมเมอร์ ขณะเดียวกัน ความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภัยคุกคามด้านการทหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ รวมถึงภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่เข้มแข็งเพื่อที่จะสามารถเผชิญและรับมือเพื่อให้ประเทศสามารถฟื้นตัวได้เป็นอย่างดีและพร้อมที่จะก้าวต่อไปได้อย่างเข้มแข็งมั่นคง และยั่งยืน

พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ฝากถึงนักศึกษา วปอ. 68 ความสำเร็จในยุทธศาสตร์ที่ทุกคนได้วางเอาไว้ไม่เป็นเพียงเอกสารที่ดีเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการลงมือการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อว่านักศึกษา วปอ. 68 ทุกคนจะสามารถทำได้ เพราะมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ซึ่งเป้าหมายที่สุดคือความผาสุกของประชาชนจากการปฏิบัติงานของทุกคน พร้อมระบุอีกว่าหากมีปัญหาก็สามารถเรียกหาตน ตนพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกเมื่อ พร้อมย้ำว่าตนอยากเห็น “Resilient Thailand” ที่ไม่ใช่เป็นเพียงยุทธศาสตร์ของ วปอ. 68 เท่านั้น แต่เป็นคำถามที่ต้องถูกผูกและส่งต่อไปถึงสังคมไทยในทุกภูมิภาค

พล.ท.อดุลย์ กล่าวย้ำว่า อย่างไรก็ตาม ในฐานะรมว.กลาโหม พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแนวคิดนี้ร่วมกับทุกท่าน โดยเฉพาะการเสริมสร้างความพร้อมของประเทศ และการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการใช้ขีดความสามารถของกองทัพในการสนับสนุนและแก้ไขปัญหาในยามที่ประเทศเกิดวิกฤต ร่วมกับทุกท่านและทุกหน่วยงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน