สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือ LINE ประเทศไทย ยกระดับการป้องกันภัยออนไลน์และความปลอดภัยสาธารณะ ผ่าน LINE TODAY

วันที่ 23 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อส่งเสริมการป้องกันภัยออนไลน์และความปลอดภัยสาธารณะ ผ่าน LINE TODAY ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัดมี นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนาม

โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองผอ.ศปอส.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต ท สยาม บุญสม ผบช.น พล.ต ต ชัยวัฒน์ ศรีอัศวอมร ผบก สท ผู้แทนบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพิธี

ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ต่างตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง มีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์ การป้องกันอาชญากรรม และประเด็นด้านความปลอดภัยสาธารณะ จึงตกลงร่วมมือกันในการสร้างสรรค์และเผยแพร่เนื้อหา เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ สามารถป้องกันและรับมือกับความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ได้อย่างเหมาะสม มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันอาชญากรรมและการป้องกันตนเองของประชาชน รวมทั้งสนับสนุนการสร้างสังคมที่ปลอดภัย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ภัยคุกคามจากการหลอกลวงทางออนไลน์ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยกลุ่มมิจฉาชีพมีการพัฒนากลยุทธ์และรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อและโอนเงิน ก่อนเงินจะถูกส่งต่อผ่านบัญชีม้า ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินและดำเนินคดีได้ยากขึ้น รัฐบาลจึงกำหนดให้ปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้ขับเคลื่อนภารกิจป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

โดยเน้นการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ เพราะหากป้องกันได้ตั้งแต่ต้น เงินจะไม่ถูกดึงออกจากกระเป๋า และความเสียหายก็จะไม่เกิดขึ้น ความร่วมมือกับ LINE TODAY ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างวัคซีนไซเบอร์ ผ่านการนำข้อมูลข่าวสารและคำเตือนเกี่ยวกับภัยออนไลน์ขึ้นเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ประชาชนเห็นและตระหนักถึงรูปแบบภัยที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเอง รวมถึงเพิ่มความรู้ในการป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการจัดเตรียมเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อส่งข้อมูลให้กับบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด นำข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชนผ่านแพลตฟอร์ม LINE TODAY บริการ Content Portal อันดับหนึ่งของไทย ที่มียอดชมคอนเทนต์มากกว่า 1.4 พันล้านเพจวิว และผู้ใช้กว่า 40 ล้านคนต่อเดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ด้าน พล.ต ท ไตรรงค์ เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมสถิติคดีภัยออนไลน์จะลดลงกว่าร้อยละ 50 แต่ยังพบผู้เสียหายถูกหลอกลวงเฉลี่ยวันละประมาณ 900 ราย คิดเป็นความเสียหายประมาณ 40 ล้านบาทต่อวัน ที่น่ากังวล คือ พบเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะนักศึกษาระดับอุดมศึกษา อายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี ถูกหลอกลวงในรูปแบบข่มขู่ให้โอนเงิน เฉลี่ยวันละ 15 ราย สำหรับความร่วมมือกับ LINE ประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งการส่งข้อมูลเพื่อปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลของกลุ่มอาชญากรรม การพนันออนไลน์ และการค้าขายผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ การลงนามครั้งนี้จะเป็นการยกระดับความร่วมมือ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ ให้ LINE นำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลเตือนภัยที่รวดเร็วและรู้เท่าทันกลโกงมากขึ้น

ด้าน นายนรสิทธิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ LINE ทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งต่อข้อมูลให้ประชาชนรู้เท่าทันอาชญากรรมออนไลน์ที่มีรูปแบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง LINE ถือเป็นหนึ่งในช่องทางสื่อสารสำคัญของคนไทย ทั้งการพูดคุยกับครอบครัว การทำงาน และการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน

จึงอาจกลายเป็นอีกช่องทางที่มิจฉาชีพใช้เข้าถึงประชาชนได้ ที่ผ่านมา LINE ได้พัฒนามาตรการป้องกันหลายด้าน เช่น การแจ้งเตือนเมื่อมีบุคคลที่ไม่รู้จักเพิ่มเข้ามาเป็นเพื่อน รวมถึงการกำกับดูแลใน OpenChat โดยให้ผู้ดูแลห้องสามารถควบคุมและตรวจสอบสมาชิก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน ขณะเดียวกันก็พยายามออกแบบมาตรการให้เกิดการรบกวนการใช้งานน้อยที่สุด

ทั้งนี้ รูปแบบอาชญากรรมออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้ไม่สามารถทำให้ปัญหาหมดไปได้ในทันที แต่การที่ทุกภาคส่วนร่วมกันส่งต่อข้อมูลและสร้างความรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทันภัย จะช่วยลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน