“ทรงศักดิ์” นั่งหัวโต๊ะ ถกประชุมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในกรุงรัตนโกสินทร์ ขับเคลื่อนเมืองเก่า ควบคู่การอนุรักษ์ เพื่อส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นกรรมการ และน.ส.นารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นกรรมการและเลขานุการ และมีผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม


นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบใน 5 หลักการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในกรุงรัตนโกสินทร์ คือ 1.โครงการก่อสร้างสถานีดับเพลิงและกู้ภัยภูเขาทอง โดยย้ายและก่อสร้างสถานีดับเพลิงฯ แห่งใหม่ ซึ่งออกแบบโดยคำนึงสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับอาคารโดยรอบ บริเวณถนนนครสวรรค์ แขวงวัดโสมนัส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอัคคีภัย 2.งานก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณปากคลองวัดอรุณ และปรับปรุงแนวป้องกันน้ำท่วมชุมชนริมคลอง โดยการออกแบบที่คำนึงถึงทัศนียภาพของคลองและวัดอรุณ การสัญจร และท่องเที่ยวทางน้ำ 3.การก่อสร้างคืนของสะพานเทเวศรนฤมิตร โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างสะพานใหม่ให้แข็งแรงโดยคงรูปแบบเดิม และให้รื้อย้ายองค์ประกอบสะพานพร้อมนำกลับมาติดตั้งในตำแหน่งเดิม


4.การปรับปรุงตำแหน่ง และการออกแบบทางขึ้น – ลง สถานีศิริราช สถานีสนามหลวง สถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และสถานีหลานหลวง อาคารระบายอากาศ และปล่องอพยพฉุกเฉิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยการออกแบบที่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ คุณค่าความสำคัญของพื้นที่ และสถาปัตยกรรมโดยรอบ และ 5.การก่อสร้างปรับปรุงโครงสร้างสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และสะพานจตุรภักตร์รังสฤษฏ์ เพื่องานก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์และบูรณะสะพานให้แข็งแรงและรักษารูปแบบเดิมตามคุณค่าแต่ละยุคสมัย รวมทั้งมีข้อเสนอการจัดทำป้ายสื่อความหมายข้อมูลทางประวัติศาสตร์


ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้กำชับการดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผลกระทบต่อการจราจร หลีกเลี่ยงการก่อสร้างที่กระทบต่อโบราณสถาน รวมถึงหลักฐานทางโบราณคดีอย่างเคร่งครัด รวมทั้งรายงานผลการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ เร่งให้มีการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า โดยผลักดันให้มีการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่า รวมทั้ง เห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบในคณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า รายเมือง รวมถึง การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการฯ ชุดใหม่ เพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมกำหนดทิศทางการอนุรักษ์และพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน