พล.ต.อ.สำราญฯ” ลงพื้นที่น้ำท่วมเคหะร่มเกล้า ช่วยเหลือประชาชน บรรเทาความเดือดร้อน – นำบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ มาใช้ในการปฏิบัติ
วันที่ 28 ก.ย69 พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ย่านเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีน้ำท่วมสูง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก จึงพร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก น 2, พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก น 3, พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก สปพ และคณะ ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน
ทั้งนี้ รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ตรวจติดตามสถานการณ์บริเวณเคหะร่มเกล้า และชุมชนโดยรอบ ซึ่งมีประชาชนพำนักอาศัยหลายหมื่นคน พบว่าล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น่าเป็นห่วง มีน้ำท่วมสูงหลายจุด การเดินทางเข้า-ออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ในการเคลื่อนย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงหรือพื้นที่ปลอดภัย รวมทั้งนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ยังอยู่ภายในพื้นที่
โดยวันนี้ พล.ต.อ.สำราญฯ ได้ลงเรือฝ่าน้ำท่วมนำอาหารที่ได้รับบริจาคจากประชาชน จำนวน 4,000 กล่อง พร้อมน้ำดื่ม และของใช้จำเป็น ไปมอบให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในชุมชนเคหะร่มเกล้า ซึ่งมีประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก และได้ตรวจเยี่ยม สน.ร่มเกล้า ซึ่งขณะนี้ได้เปิดเป็นศูนย์พักพิง ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม มาพักอาศัยได้ในพื้นที่ของโรงพัก โดยในแต่ละวันมีพี่น้องประชาชน ประมาณ 100 คน มาอาศัยที่ศูนย์พักพิง สน.ร่มเกล้า และที่นี่ยังได้เปิดเป็นจุดรับบริจาค ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้นำไปมอบให้กับผู้ที่รับความเดือดร้อนต่อไป พร้อมได้ประสาน พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ8) รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อสนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ มาดูแลสุขภาพของพี่น้องประชนที่ศูนย์พักพิง สน.ร่มเกล้า ด้วย
พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวว่า ในการบริการจัดการสถานการณ์นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำบทเรียนจากน้ำท่วมหาดใหญ่มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน การอำนวยการจราจร การดูแลรักษาความปลอดภัย และในช่วงเวลากลางคืนจะมีการนำโดรนตรวจการณ์บินตรวจตราเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม ลักทรัพย์ โดยเฉพาะบ้านที่ถูกทิ้งไว้เนื่องจากผู้อาศัยต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมทั้งบินตรวจตราพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่ามีประชาชนขอความช่วยเหลือในด้านใดเพิ่มเติมหรือไม่ พร้อมบูรณาการกับภาคประชาชน และภาคเอกชน ในการนำเรือ เจ็ทสกี ออกตรวจตราทางน้ำ เพื่อดูแลความปลอดภัยอีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ ได้มีการวางแผนเตรียมฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเตรียมพร้อมในการเคลื่อนย้ายรถที่จอดขวางการจราจร และช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนและสิ่งของกลับบ้านพัก รวมทั้งจัดชุดตำรวจจิตอาสาช่วยทำความสะอาดบ้านเรือน ชุมชน และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ



