นักวิจัยคาด 2 สาเหตุหลัก สึนามิถล่มอินโด ชี้ไทยเสี่ยงต้องศึกษาเพิ่มเติม

สึนามิถล่มอินโด – ผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ นักวิจัยชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงการเกิดคลื่นสึนามิหลังการปะทุของภูเขาไฟอะนัก กรากะตัวในประเทศอินโดนีเซียในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ห่างจากภัยพิบัติคลื่นสึนามิที่เมืองปาลูไม่ถึง 3 เดือน ว่าผู้คนสับสนเป็นอย่างมากว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะไม่มีการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในบริเวณดังกล่าวและการแจ้งเตือนใด ๆ

ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีภูเขาไฟกรากะตัวที่ระเบิดจนหายไปเกือบทั้งเกาะในปี ค.ศ. 1883 ทำให้เกิดคลื่นสึนามิความสูงถึง 45 เมตร ทำลายเมืองชายฝั่งโดยรอบและมีคนเสียชีวิตเกือบ 4 หมื่นคน หลังจากที่เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ภูเขาไฟกรากาตัวก็หายไปเกือบทั้งหมด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1927 พบว่าภูเขาไฟอะนัก กรากะตัว ได้โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ มีความสูงเพียง 9 เมตร หลังจากนั้นก็ขยายขนาดและความสูงมาเรื่อย ๆ จนสูง 400 กว่าเมตรในปัจจุบันภูเขาไฟดังกล่าวมีการปะทุไม่มากนัก แต่ในปีนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเริ่มพบการประทุของภูเขาไฟที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

“ปรากฏการณ์สึนามิมักเริ่มต้นจากมวลน้ำในทะเลหรือมหาสมุทรถูกรบกวน และเคลื่อนที่ต่อไปในทะเลหรือมหาสมุทรเข้าสู่ชายฝั่งในที่สุด ถ้าน้ำกระเพื่อมครั้งแรกแรงคลื่นก็จะสูงและไปได้ไกล โดยมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเลที่พื้นทะเลมีการยกตัวหรือทรุดตัวในแนวดิ่ง ดินถล่มหรือหินถล่มลงไปในทะเล ดินถล่มใต้ทะเล หรือแม้แต่อุกาบาตตกลงไปในทะเล

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจเกิดจาก 2 สาเหตุ ได้แก่ การเกิดภูเขาไฟอย่างรุนแรงทำให้เศษหินดิน เถ้าภูเขาไฟ และส่วนอื่น ๆ เคลื่อนที่หล่นลงไปในทะเลอย่างรวดเร็ว หรือการที่ภูเขาไฟปะทุอย่างรุนแรงอาจทำให้พื้นทะเลเกิดการทรุดตัวลงมาเหมือนเกิดดินถล่มใต้ทะเล เนื่องจากตะกอนทะเลตื้นๆ จะมีอายุน้อยและไม่ได้จับตัวกันแน่นมากนัก เมื่อถูกเขย่าก็ไหลลงมาได้ การเคลื่อนที่ของมวลใต้ทำให้น้ำกระเพื่อมเป็นจุดเริ่มต้นได้เช่นกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ส่วนความสูงของคลื่นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศของหาดใกล้ฝั่งหรือลักษณะรูปทรงของอ่าวที่อาจจะทำให้คลื่นมีพลังงานสูงขึ้นได้ อ่าวที่โค้งเข้าหากันหรือเป็นช่องเล็กๆ ยาวๆ มักขยายให้คลื่นสึนามิแรงขึ้นด้วย ทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น”

จากแผนที่ที่จัดทำโดยยูเนสโกจะพบว่าในรอบประมาณ 400 ปี สึนามิในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริเวณใกล้เคียงเกิดจากแผ่นดินไหวเกือบทั้งหมด มีเพียงไม่กี่เหตุการณ์เกิดจากภูเขาไฟระเบิดหรือดินถล่มใต้ทะเล แต่เราก็ยังต้องศึกษาความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพื่อวางแผนรับมือต่อไป เพราะแม้จะมีโอกาสเกิดน้อยแต่สร้างความเสียหายได้มากมาย

สิ่งที่ประเทศไทยมีข้อมูลน้อยมากคือภัยสึนามิจากดินถล่มใต้ทะเล เพราะทางทิศตะวันตกจากชายฝั่งทะเลอันดามันมีความลาดชันมากขึ้น ทั้งนี้ในการศึกษาร่วมกันระหว่างนักวิจัยไทยและเยอรมนีพบหลักฐานการเกิดดินถล่มขนาดเล็กในบริเวณนั้น แต่เราไม่มีงบประมาณมากเพียงพอที่จะศึกษาได้อย่างละเอียดและครอบคลุมทั้งหมดถึงลักษณะของท้องทะเลลึกว่ามีโอกาสทำให้เกิดดินถล่มหรือสึนามิได้มากน้อยเพียงใด

ส่วนการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟและแผ่นดินไหวจากมหาวิทยาลัยพอร์ทส์มัธในอังกฤษ ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิอีกครั้ง นักวิจัยไทยระบุว่าหากมีการปะทุใหญ่ไหลลงทะเลก็มีโอกาสเกิดขึ้นอีก เนื่องจากอาจเกิดดินถล่มลงไปในทะเล ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยจึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ในประเทศไทยก็มีความเสี่ยงด้านสึนามิจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ระยะไกลดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน แต่ปัจจุบันเรามีระบบตรวจวัดการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพและสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าด้านพอสมควร ความเสี่ยงจึงลดน้อยลง

ความเสี่ยงอีกอย่างที่ยังไม่เคยศึกษาคือ ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาวมาก เรายังขาดการประเมินว่าถ้ามีแผ่นดินไหวขนาดปานกลางเกิดขึ้น จะเกิดดินหรือหินถล่มลงทะในทะเลและทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้มากน้อยเพียงใด เพราะคลื่นสึนามิแบบนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีทางแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ เราจึงจำเป็นต้องทราบความเสี่ยงเพื่อจะได้วางแผนรับมือได้ถูกต้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน