ไขความลับ การทำความสะอาด รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ที่คนร่วมแสนใช้งานทุกวัน 

ไขความลับ การทำความสะอาด รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์
ไขความลับ การทำความสะอาด รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์

ไขความลับ การทำความสะอาด รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ที่คนร่วมแสนใช้งานทุกวัน 

หากจะกล่าวถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หลายคนคงนึกถึงเพียงเรื่องของการเดินทาง ที่ประหยัดและรวดเร็วจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่ใจกลางเมือง ถือเป็นหนึ่งในหน้าตาของขน ส่งสาธารณะในเมืองหลวงของประเทศไทยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ร่วมแสนคนต่อวัน

ดังนั้นนอกจากความปลอดภัยและความสะดวกสบายของการเดินทางแล้ว ความสะอาดยังถือเป็นอีก หนึ่งสิ่งสำคัญที่ทาง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ดูแลรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ไม่เคยมองข้ามและให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆอยู่เสมอ และเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันเป็น อย่างมาก

นายชำนาญ จันทะราช วิศวกรแผนกระบบอุปกรณ์ในโรงซ่อมบำรุง หน้าที่รับผิดชอบดูแล ซ่อมบำรุงอุปกรณ์และเครื่องจักรในโรงซ่อมบำรุงรวมถึงเครื่องล้างรถไฟฟ้า เผยว่า “การทำความสะอาดรถไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือภายในและภายนอกตัวรถ ซึ่งการทำความสะอาดในตัวรถ เป็นหน้าที่ของแม่บ้านโดยจะใช้ประมาณ 10 คนต่อ 1 ขบวน และจะทำทุกวันหลังจากให้บริการหรือหลังเที่ยงคืน

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับให้บริการในวันถัดไปโดยในทุกขั้นตอนการทำความสะอาด จะมีหัวหน้า ทีมสำหรับควบคุมและตรวจสอบความสะอาดเรียบร้อยก่อน เสร็จ งานในทุกครั้งและในทุกขบวน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ในส่วนของภายนอกขบวนเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยหลายองค์ประกอบร่วมกัน เนื่องจากการออกแบบขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นั้นค่อนข้างมีลักษณะที่เฉพาะ โดยตำแหน่งล้อจะอยู่ด้านข้างเสมอกับ ขบวนรถไฟทำให้เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว จะเกิดการฟุ้งกระจายของไอน้ำด้านล่างก่อให้เกิดคราบสกปรก และคราบสนิมได้ง่ายมากการทำความสะอาดภายนอก

จึงจำเป็นต้องแบ่งย่อยออกเป็นอีก 2 ส่วน ได้แก่ การทำความสะอาดช่วงล่างและด้านบนหลังคาเป็นหน้าที่รับผิดชอบของทีมงานซ่อมบำรุงระบบ ตู้รถไฟฟ้า ตามแผนซ่อมบำรุงซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบความผิดปกติต่างๆ ของ อุปกรณ์ช่วงล่าง

ทั้งชิ้นส่วนโครงสร้างแคร่ และ ล้อ ไปด้วยพร้อมๆกัน โดยงานล้างจะทำทุกๆ 6 เดือนเพราะช่วงล่างต้องดูว่า มีรอยแตกรอยร้าวหรือรอยรั่วของอุปกรณ์หรือไม่

อีกส่วนหนึ่งคือ การทำความสะอาดตัว Body หรือ ตัวขบวนรถทั้งด้านหน้าด้านหลังและด้านข้างของตู้โดยสารซึ่งจะล้างด้วย เครื่องล้างรถไฟแบบอัตโนมัติ โดยมีเจ้าหน้าที่ขับรถไฟฟ้าขับรถมายังโรงล้างทำการกดปุ่ม start แล้ว ขับรถเข้าล้างตัวเครื่องล้างจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับ

เมื่อรถมาถึงตำแหน่งคนขับจะหยุดตามสัญญาณไฟ โดยจะล้างส่วนหน้าก่อน เสร็จแล้วจึงเปลี่ยน สัญญาณไฟให้คนขับเคลื่อนรถไฟไปด้วย ความเร็วประมาณ 3 กม./ชม. และล้างส่วนท้ายขบวน

หากในกรณีที่มีคราบหนักคราบสนิม จะใช้น้ำยาล้างพิเศษฉีดสเปรย์ ให้รถวิ่งผ่านให้น้ำยาทำปฏิกิริยาแล้วกลับเข้า มาล้างตามกระบวนการล้างอัตโนมัติอีกรอบเพื่อล้างน้ำยา และคราบสกปรกออก โดยความพิเศษของการล้างทำความสะอาดภายนอกตัวรถไฟฟ้า คือคราบสกปรก จากสนิมเหล็กรางและล้อที่ฝังแน่นยากต่อการทำความสะอาด

เนื่องจากด้วยรูปทรงตัวรถบวกกับความเร็วที่วิ่งให้บริการในวันที่ฝนตก จะเกิดละอองน้ำที่เต็มไปด้วยสนิมรางและล้อ ฟุ้งวนขึ้นมาติดตามตัวรถ จำนวนมาก เมื่อแห้งจะเกิดเป็นคราบฝังแน่น การใช้เครื่องล้างอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถ ทำความสะอาดได้หมดจด

ดังนั้นจึงต้องใช้น้ำยาล้างพิเศษนำเข้าจากต่างประเทศ มาทำการล้างคราบสนิมฝังแน่นเหล่านี้อีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งน้ำยาล้างหลักๆจะใช้อยู่ 2 ชนิดสำหรับล้างด้วยเครื่องปกติ จะใช้น้ำยาที่สั่งมาจากแถบยุโรปเป็นน้ำยาประเภทล้างอากาศยาน และ น้ำยาล้างคราบหนักคราบสนิม จะต้องสั่งมาจากประเทศอเมริกา โดยน้ำยาทั้งสองประเภทนั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่ผ่านการทดลอง และทดสอบหลายขั้นตอนก่อนนำมาใช้จริงจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้เนื่องจากรถไฟฟ้าเป็นสถานที่ที่แออัด นอกจากการทำความสะอาดแล้ว ระบบฆ่าเชื้อโรคบนรถไฟฟ้าเป็นอีกสิ่งที่จำเป็นการทำ ความสะอาดภายในตัวตู้โดยสารจะใช้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ประเภทที่ฆ่าเชื้อโรคด้วยทั้งหมด

อาทิ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดพื้น เบาะนั่ง ผนังด้านข้าง เสา และราวจับ รวมไปถึงห้องคนขับ เรียกได้ว่าส่วนที่ผู้โดยสารมีการสัมผัสทั้งหมดจะมีการฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา นอกจากนั้นยังมีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อและปรับอากาศภายในทุกวัน และในส่วนของระบบเครื่องปรับอากาศ จะมีการฆ่าเชื้อในระบบแอร์ตามรอบของการซ่อมบำรุง”

“ในฐานะที่ตนเป็นผู้คลุกคลีอยู่กับระบบความสะอาดรถไฟฟ้า อยากฝากไปถึงผู้โดยสารที่ใช้บริการขนส่งด้วยรถไฟฟ้าทุกท่าน ให้ช่วยกันรักษาความสะอาดไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่ม หรือนำขึ้นมาบนขบวนรถไฟฟ้า

หรือถ้าหากจำเป็นต้องพกพาควรบรรจุหีบห่อปิดฝาให้มิดชิด เพราะเมื่อเกิดการหกเลอะเทอะ จะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารท่านอื่นไม่เฉพาะแต่เรื่องความสกปรกเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความล่าช้าของรถไฟ เพราะต้องจอดให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดก่อนออกเดินทางในรอบถัดไป

และท้ายที่สุดนี้เจ้าหน้าที่แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ทุกคนจะคอยหมั่นพัฒนาตนเอง และระบบต่างๆเพื่อให้มีรถไฟฟ้าที่ดูใหม่สะอาดอยู่เสมอเพื่อผู้โดยสารทุกท่าน”

บทความก่อนหน้านี้5 ศาสนาสวดมนต์ถวายพระพร ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
บทความถัดไปดวงประจำวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 ราศีใดชะตาไม่ถูกกับสัตว์เลี้ยง ราศีไหนได้ข่าวดีเรื่องความรัก