ดราม่าอู่ตะเภาว่อนโซเชียล หลังเกิดเหตุปัดตกคุณสมบัติ 2 ราย อ้างเหตุทยอยขนกล่องเอกสารไม่ทันเวลา 2 นาที เตรียมดูภาพช้ากล้องวงจรปิด คาดศาลปกครองอาจต้องออกโรง !

เกิดกระแสการตั้งคำถามถึงความถูกต้องและเหมาะสมในโลกโซเชียลส่อแววอาจเกิดดราม่าขึ้นมาทันที ต่อกรณีการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ภายหลังจากมีผู้ไปตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง พันทิปดอทคอม เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา

สำหรับกระทู้ดังกล่าว ตั้งโดยสมาชิกหมายเลข 2101224 หัวข้อ “ถ้าบริษัทใหญ่ไปยื่นซองประมูลโครงการระดับชาติผิดเวลาถือว่า ขาดคุณสมบัติแล้วไหม” พร้อมกับระบุว่า “ใครตามข่าวจะรู้ว่าช่วงนี้ รัฐเปิดประมูลโครงการใหญ่ๆ เยอะมาก ทั้งรถไฟความเร็วสูง สนามบิน และท่าเรือ เป็นโครงการใช้เงินเป็นแสนๆ ล้านทั้งนั้น แต่ปรากฏว่า มีคนตาดีไปเจอมาว่า ในงานประมูลบางโครงการ มีเอกชนไปยื่นซองเอกสารผิดเวลา คือ ไปยื่นหลังจากปิดรับซองแล้ว ตามกติกาแล้ว แบบนี้ถือว่า สอบตกตั้งแต่ต้นไหมครับ?”

ถ้าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังไม่พร้อม จะพร้อมรับผิดชอบโครงการระดับชาติได้จริงๆ หรือ ตามจับตากันต่อไป …ถ้าในการประมูลโครงการใหญ่ของรัฐช่วงนี้ ไม่มีเอกชนรายไหนถูกปรับตก เพราะยื่นซองผิดเวลาเลย …มันต้องมีอะไรแปลกๆ แล้วแน่ๆ ใครอยากรู้ว่าเป็นโครงการไหน นับนิ้วดู ช่วงนี้โครงการใหญ่ๆ มีไม่กี่โครงการเท่านั้น” สมาชิกหมายเลข 2101224 ให้ข้อมูล

นอกจากนั้น ผู้ตั้งกระทู้ยังโพสต์ด้วยว่า “ที่ตั้งข้อสังเกตแบบนี้ ขอลำดับเหตุการณ์ให้ทุกท่านทราบครับ ทุกโครงการที่เปิดให้ยื่นซองในปีนี้มา เอกชนล้วนแต่ขอร้องให้รัฐขยายเวลายื่นซองทั้งนั้น โครงการแรก คือ เปิดประมูลท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ..ตอนเดือนม.ค. เอกชน ขอให้รัฐขยายเวลายื่นซอง …แต่รัฐไม่ขยาย สุดท้ายไปไม่รอดมีเอกชนรายเดียวมายื่น และไม่ผ่านด้วย โครงการถัดมา ประมูลสนามบินอู่ตะเภา เอกชนก็ขอให้รัฐขยายเวลาการยื่นซองเหมือนกัน แต่รัฐก็ไม่ขยายเวลาให้ ตอนนี้ไม่รู้ผลเป็นยังไง ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะโครงการนี้ใช้เงินเยอะถึง 2.9 แสนล้าน”

บริษัทที่จะยื่นซองโครงการระดับนี้ได้ ก็ต้องเป็นบริษัทใหญ่ระดับแสนล้านทั้งนั้น … การลงทุนในโครงการขนาดนี้ ต้องขอมติจากที่ประชุมบอร์ด ซึ่งในทุกข่าวจะเห็นว่า ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า เวลาที่ให้มาสั้นแบบนี้ นัดประชุมบอร์ดยังไม่ทันเลย แล้วไม่ใช่บอร์ดบริษัทเดียวนะครับ ดูตามข่าวแต่ละเจ้าจับกลุ่มกันมา กลุ่มละ 2-3 บริษัท…งานนี้เอกสารมีเตรียมการกันจนนาทีสุดท้ายแน่ ต้องช่วยกันจับตานะครับ ถ้ามีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผิดกติกามาตั้งแต่แรก ก็ไม่สมควรละเลยละเว้น โครงการพวกนี้ใช้เงินมหาศาล และจะอยู่กับเราไปจนตาย แถมส่งต่อไปให้ลูกหลานอีกไม่รู้จบ เป็นผลประโยชน์ของทุกคน”

ต่อมา มีสมาชิกรายอื่นๆ เข้ามาโพสต์เพิ่มเติม ว่า มีข่าวเล็ดลอดออกมาจากคนในมาให้ความเห็นว่า ผู้ยื่นประมูลสนามบินอู่ตะเภา 2 รายจะร่วง เพราะขนเอกสารหลายกล่องไม่ทัน งานนี้ไม่ได้แข่งแค่ราคา แต่แข่งพละกำลังในการขนเอกสารจำนวนมากอีกด้วย โดยการประมูลที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 กลุ่ม โดยทั้ง 3 กลุ่ม เข้ามาลงทะเบียนและเริ่มทยอยขนกล่องเอกสารเข้าร่วมประมูลกันตั้งแต่ช่วงก่อนบ่ายโมง ซึ่งการประมูลครั้งนี้ ถือได้ว่าต้องใช้รถหกล้อและรถกระบะหลายคัน ขนเอกสารจำนวนหลายลัง จนเจ้าหน้าที่และกรรมการออกปากว่า ไม่สามารถพิจารณาและประกาศผลได้ในวันดังกล่าว เนื่องจากเอกสารเยอะมาก

ขณะที่สมาชิกหมายเลข 4743019 ตั้งข้อสังเกตและให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า “ไม่น่าเชื่อว่า เฉือนกันแค่ 2 นาที ก็ได้โครงการหลายแสนล้านไปแบบง่ายๆ.. เพราะต้องไปแย่งต่อคิวกับเจ้าสนามเพื่อแย่งกันขนเอกสารเข้าลิฟต์ที่มีแค่ไม่กี่ตัว ต้องสลับกันขนแบบใครดีใครได้ขนก่อน ใครกล้ามใหญ่ได้เข้าก่อน (ฮา..) ว่ากันว่าเปิดลิฟท์ออกมาเอกสารทะลักออกมามั่วกันมาก (ต่างคนต่างยัดกันเข้าไปในลิฟต์..แล้วไปหาแบ่งเอาทีหลังตอนออกจากลิฟต์ว่ากล่องไหนของใครกันแน่…ฮา…) น้องใหม่สองรายเลยไม่รู้ ว่าใครขนครบไม่ครบขาดกล่องไหนกันบ้างก็ไม่รู้ พอถึง 15:00 เป๊ง เสียงระฆังบอกหมดเวลา กรรมการเป่านกหวีดประกาศว่ามีคนขนครบเจ้าเดียว อีกสองรายไม่ครบขาดกันไปคนละกล่องสองกล่อง ขนช้าไป 2 นาที กรรมการปรับแพ้ตกรอบ (แทนที่จะดูว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร หรือไปดูกันว่าใครให้ผลประโยชน์เข้ารัฐดีที่สุด? แต่ปรับให้ตกรอบไปเลยจะดีกว่า..ฮา) เรียกว่าประมูลโครงการแสนล้าน มาเสียรู้เพราะอ่อนเชิงกว่าเจ้าสนามเยอะ แค่ขนของเข้าลิฟต์ยังแพ้เลย แล้วไม่เจียมตัวมาประมูลแข่ง ต้องบอกว่า รู้ไหมงานนี้ใครใหญ่ (ฮา)”

รายงานแจ้งว่า กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นหากเป็นเรื่องจริง คงต้องถือว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมประมูลรายใหญ่ไม่เสียเหงื่อสักเม็ด เพราะเหลือเพียงรายเดียวในการร่วมเปิดซอง อ้างอีก 2 รายวิ่งไม่ทัน กระทั่งถูกปัดตกคุณสมบัติ จึงต้องมาลุ้นกันว่า หากเหลือรายเดียว ตัวเลขยื่นประมูลจะเป็นเท่าไร เพราะไม่มีคู่แข่ง นี่อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้กรรมการพิจารณาสนามบินอู่ตะเภายังไม่ออกมาประกาศผลการพิจารณา ทั้งนี้ต้องรอผลการยืนยันจากคณะกรรมการอีกครั้ง แต่หากศาลปกครองเข้ามาช่วยดู อย่างน้อยถ้าเห็นตัวเลขการเงินทั้ง 3 ราย แทนที่จะเปิดซองรายเดียว ประเทศชาติน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน