“วราวุธ” เข้าวิน top5 “รัฐมนตรีเด่น ปี63” เดินหน้า ลุยงานต่อ แบบ non-stop ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เปิดยุทธการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า ภาคเหนือ

จากผลสำรวจของสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ที่นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง รัฐมนตรีเด่น ปี63 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 1,206 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 – 24 ธ.ค. ที่ผ่านมา

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อถามถึงบุคคลในคณะรัฐมนตรีที่เด่น ทำงานเข้าตาประชาชนมีผลงานน่าพอใจ ปี 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุดจากประชาชนร้อยละ29.4 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และร้อยละ 22.6 ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ที่โดดเด่นเรื่องอนุรักษ์สัตว์ป่า สัตว์ทะเล จัดการขบวนการทำผิดกฎหมายทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สานต่อให้ประชาชนอยู่กับป่าเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และอื่นๆ

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. กล่าวขณะลงพื้นที่แก้ปัญหาไฟป่าในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ชื่นชมการทำงาน ถือเป็นกำลังใจให้ทำงานต่อไป ส่วนจะอยู่ที่อันดับเท่าไหร่ไม่สำคัญ เราเน้นการทำงานเป็นหนึ่งเดียว ของกระทรวงทรัพย์ฯ โดยเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เดินหน้าลุยงานต่อ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

 

โดยลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่อง 26-28 ธ.ค. ตรวจความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าที่ผ่านมาได้ประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่องและรุนแรง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมไฟป่าอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่

กระทรวงทรัพยากรฯ เป็นหน่วยงานในการป้องกันและควบคุมไฟป่า ต้องมีการเตรียมพร้อมในทุกมิติของการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า โดยเฉพาะการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมไฟป่าให้ประสบความสำเร็จและเป็นการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันและควบคุมไฟป่าและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่าที่จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงทรัพยากรฯ จึงจัดโครงการลดปริมาณเชื้อเพลิง กรมป่าไม้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ขึ้น โดยจัดกิจกรรมในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก โดยร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญของเชื้อเพลิงในป่า

“สามารถนำเชื้อเพลิงจากป่ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อลดต้นทุนการผลิตในภาคเกษตรกรรม ลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างรายได้กลับสู่ชุมชน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเผาป่ามาสู่การใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและควบคุมไฟป่าในพื้นที่อย่างจริงจังในช่วงวิกฤติ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมไฟป่า และช่วยให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าประสบผลสำเร็จ ทันต่อสถานการณ์ และยั่งยืน ต่อไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน