หลังการประกาศข่าวของ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำในเครือ “เป๊ปซี่โค” ซึ่งเป็นบริษัทแม่จากสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยด้วยการผนึกพันธมิตรกับ “กลุ่มซันโทรี่” ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์สัญชาติญี่ปุ่น เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) แห่งใหม่ที่มีชื่อว่า “บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอร์เรจ ประเทศไทย จำกัด” โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันพัฒนาและขยายธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวนั้น ทำให้มีกระแสข่าวว่า ดีลนี้อาจทำให้เป๊ปซี่หันมาทำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขายเหล้าเบียร์ในเมืองไทยหรือไม่

ล่าสุด นายจรณชัย ศัลยพงษ์ ผู้บริหารจากฝั่งเป๊ปซี่โค ออกมายืนยันกับ “ข่าวสดออนไลน์” แล้วว่า การร่วมทุนครั้งนี้มุ่งทำตลาดและขยายพอร์ตฯ สินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น น้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุขวด เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา-กาแฟพร้อมดื่ม น้ำผลไม้ รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต ดังนั้น ใครที่คิดว่าจะได้เห็นสินค้าใหม่ๆ ในกลุ่มเหล้า รัม วิสกี้ เบียร์ หรือไวน์จาก ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค” คงต้องผิดหวัง เพราะ “ดีลนี้ไม่มีแอลกอฮอล์” อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการประกาศข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (2 พฤศจิกายน 2560) ก็มีข่าวลือจากคนในวงการเครื่องดื่มเล็ดลอดออกมาเป็นระยะเกี่ยวกับทิศทางการทำตลาดและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงไปของ “เป๊ปซี่” ในประเทศไทย ซึ่งรวมไปถึงประเด็นการขายทิ้งโรงงานผลิตเครื่องดื่มทั้งสองแห่ง ซึ่งในกรณีนี้นายจรณชัยชี้แจงว่า

“การปรับโมเดลธุรกิจเครื่องดื่มของเป๊ปซี่โคให้กลายเป็น Joint Venture หรือบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทแม่ที่มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเราได้ร่วมกับกลุ่มซันโทรี่จัดตั้ง บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอร์เรจ ประเทศไทย จำกัด เพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มแบบครบวงจรตั้งแต่การผลิต การจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า รวมไปถึงการสร้างแบรนด์และทำการตลาดสินค้า โดยกลุ่มซันโทรี่ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ในขณะที่เป๊ปซี่โคถือหุ้นส่วนที่เหลืออีก 49% ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการบริหารงานของบริษัทร่วมทุนนี้โดยมุ่งใช้จุดแข็งที่แต่ละบริษัทต่างมีในการสร้างผสานความร่วมมือระหว่างกัน (Synergy) ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์ ประสบการณ์ในการบริหารและพัฒนาธุรกิจทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมไปถึงเงินลงทุน”

“แม้ว่าโมเดลธุรกิจจะเปลี่ยนไป แต่ความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาวของเราไม่เคยเปลี่ยน เป๊ปซี่โคยังคงวางแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ เพื่อมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยเหมือนเช่นตลอด 65 ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน เป๊ปซี่โคยังคงดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยวในเมืองไทยในรูปแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยส่วนนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มซันโทรี่ เรายังคงเป็นผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวมูลค่า 34,000 ล้านบาท โดยมีแบรนด์ชั้นนำอย่าง เลย์ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 75% ในเซ็กเมนต์มันฝรั่งทอดกรอบ รวมถึงขนมขึ้นรูปอื่นๆ อย่างตะวัน ซันไบทส์ ชีโตสและทวิสตี้” นายจรณชัย กล่าวเสริม

ปัจจุบัน เป๊ปซี่โคเป็นเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องดื่ม 2 แห่งในเมืองไทย คือ โรงงานระยอง ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ และโรงงานสระบุรี ในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค โดยผนึกพันธมิตรกับ “ดีเอชแอลผู้นำในด้านลอจิสติกส์ระดับโลก ควบคู่ไปกับการใช้โมเดลธุรกิจแบบดิสทริบิวเตอร์เพื่อกระจายสินค้าไปยังท้องถิ่นผ่านตัวแทน 25 แห่ง จนสามารถเข้าถึงร้านค้าปลีก-ส่งและร้านโชว์ห่วยกว่า 470,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่รวมช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ทั้งห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อต่างๆ โดยมี “เป๊ปซี่” เป็นแบรนด์หลักในการทำตลาดและเป็น ผู้นำอันดับหนึ่งตลาดน้ำดำในบรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวด” คือ ทั้งขวดพีอีทีและกระป๋อง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 45% นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ อาทิ มิรินด้า เซเว่นอัพ ชาพร้อมดื่มลิปตัน เครื่องดื่มเกลือแร่เกเตอเรด น้ำดื่มอควาฟิน่า และน้ำแร่อควาฟิน่ามิเนเรล เป็นต้น

สำหรับ “ซันโทรี่” ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นซึ่งมีอายุเกือบ 120 ปี ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำที่ได้รับความน่าเชื่อถือในระดับโลก มีรายได้รวมต่อปีมากกว่า 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (พ.ศ. 2559) มีพนักงานมากกว่า 38,000 คนซึ่งประจำอยู่ในบริษัทต่างๆ ในเครือกว่า 320 แห่งทั่วโลกทั้งในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ยุโรปและอเมริกา โดยนอกจากจะมีธุรกิจเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์แล้ว ธุรกิจของซันโทรี่ยังครอบคลุมไปในธุรกิจประเภทอาหารสำเร็จรูป ไอศกรีม แซนด์วิช ร้านอาหาร ดอกไม้ รวมไปถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริมเพื่อสุขภาพด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ซุปไก่สกัดและรังนกแท้ตรา “แบรนด์” โดยกลุ่มซันโทรี่ได้เข้าซื้อหุ้น บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด 100% และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน