‘ประวิตร’ ชื่นชมประชาชนช่วยกันผ่านร่างกฎหมาย 11 ฉบับ เพื่อรักษาทะเลและชายฝั่ง เผยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพเปิดทศวรรษแห่งมหาสมุทร
เมื่อวันที่ 27 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. และนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เป็นกรรมการและเลขานุการ ตลอดจนคณะกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

โดยมีมติสำคัญในการผลักดันมาตรการทางกฎหมายจำนวน 11 ฉบับ พร้อมย้ำประชาชนคือพลังขับเคลื่อนในการร่างกฎหมายทุกฉบับ เผยประเทศไทยเตรียมเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์มหาสมุทรที่ยั่งยืน ในปี 2564 นี้
ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการฯ วันนี้ มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเนื่องจากอาจส่งผลกระทบในภาพกว้าง อีกทั้งยังสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศสู่สายตานานาชาติ ซึ่งต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนและตัวทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ตนต้องขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน ที่ช่วยกันพิจารณาและกลั่นกรองทุกเรื่องอย่างละเอียดรอบคอบ โดยในการประชุมครั้งนี้นับว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้น ที่รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกับภาคเอกชนและประชาชนที่ช่วยกันคิดและกลั่นกรองร่างกฎหมายลำดับรองกว่า 11 ฉบับ ที่จะช่วยอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
รวมถึง ป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่สำคัญของประเทศ เช่น การประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง 4 พื้นที่ ในจังหวัดตราด จันทบุรี และประจวบคีรีขันธ์ การกำหนดมาตรการคุ้มครองใน 4 พื้นที่ ในจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และระยอง การกำหนดมาตรการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง 3 พื้นที่ ในจังหวัดชลบุรี ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกฎหมายลำดับรองทุกฉบับเกิดจากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในทุกขั้นตอน ใช้เวลาหลายปีกว่าจะบรรลุผลและมีความเห็นร่วมกันให้ออกกฎหมายดังกล่าว

โดยที่ผ่านมาตนต้องขอบคุณนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ที่ช่วยเร่งรัดและกำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด จนสามารถดำเนินการได้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งความสำเร็จต่าง ๆ จนเห็นเป็นรูปธรรมและเป็นที่ประจักษ์

อีกทั้ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ช่วยดูแลและรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เป็นอย่างดี ซึ่งในวันนี้ได้มีการสรุปสถานการณ์ภาพรวม พบว่า ปีที่ผ่านมาผลการสำรวจป่าชายเลนเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนไร่ ชายฝั่งทะเลได้รับแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งกว่า 700 กิโลเมตร ทรัพยากรทางทะเลสมบูรณ์ขึ้น พบการวางไข่ของเต่าทะเลเพิ่มขึ้น สัตว์ทะเลหายากเพิ่มขึ้น
ในปี 2564 นี้ ประเทศไทยยังจะเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการจัดการเปิดตัวทศวรรษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยวิทยาศาสตร์ทางมหาสมุทรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. 2021 – 2030 พร้อมตั้งสำนักงานประสานงานในประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

“อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงทุ่มเททำงานเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยยึดประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ และจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เกิดความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด” พล.อ.ประวิตร กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุม