รมว.แรงงาน ห่วงสาวไทยถูกหลอกไปขายตัวที่ดูไบ กำชับทูตแรงงานประสานสถานทูตอาบูดาบี เร่งช่วยเหลือ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 28 ส.ค.65 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า นายประสิทธิ์ ศรีบุญจันทร์ พร้อมด้วย นายกอบโชคชีพ โพธิ์สอน รองประธานสภา อบต.สำราญ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อช่วยเหลือติดตามตัว น.ส.อภิญญา ศรีบุญจันทร์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของนายประสิทธิ์ กลับประเทศไทย หลังถูกนายหน้าชักชวนทำงานนวดแผนไทยที่ดูไบเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65

โดยเดินทางกับเพื่อนหญิงจากพื้นที่ใกล้เคียง 3 คน และจากต่างจังหวัด 8 คน แต่ติดต่อไม่ได้นานกว่า 15 วัน หวั่นถูกหลอกขายบริการและไม่ได้รับความปลอดภัย นั้น ซึ่งในกรณีนี้ผมได้รับรายงานจากนางปลิดา ร่วมคำ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า น.ส.อภิญญา เดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่ไปลักลอบเข้าไปทำงาน เนื่องจากหลงเชื่อนายหน้าที่ชักชวนให้ไปทำงานนวดแผนไทย จึงถูกจับกุมในข้อหาค้าประเวณี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางเมืองอาบูดาบี
เบื้องต้นจากการตรวจสอบของทูตแรงงาน ทราบว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ได้รับการติดต่อจากสถานีตำรวจ Khalifah ให้ไปเป็นล่ามให้หญิงไทย จำนวน 6 คน ที่ถูกจับกุมคดีค้าประเวณีจากเขตซาบีย่าห์ เมืองอาบูดาบี โดย 1 ใน 6 คน คือ น.ส.อภิญญา ศรีบุญจันทร์ ขณะนี้น.ส.อภิญญาถูกส่งตัวไปที่เรือนจำกลางเมืองอาบูดาบี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ซึ่งทันทีที่ทราบข่าวท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยแรงงานไทยทุกกลุ่มที่ไปทำงานในต่างประเทศ จึงกำชับให้กระทรวงแรงงาน เร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทันที ผมจึงกำชับให้ทูตแรงงานประสานสถานทูตกรุงอาบูดาบีอย่างใกล้ชิด
ด้าน นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน สั่งการแรงงานจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดกาฬสินธุ์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของแรงงานไทยรายดังกล่าวเพื่อแจ้งให้ญาติทราบและให้กำลังใจกับครอบครัวในทันที ซึ่งเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา นางพนิดา เสถียรจิต แรงงานจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของ น.ส.อภิญญา ที่ต.หนองช้าง อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์
จากการลงพื้นที่น.ส.สุภนิดา ติชาวัน ซึ่งเป็นลูกสาวของ น.ส.อภิญญา และนายประสิทธิ์ ศรีบุญจันทร์ พี่ชายของน.ส.อภิญญา ให้การว่า น.ส.อภิญญา เดินทางไปประเทศดูไบ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.65 โดยได้รับการชักชวนจากสาย/นายหน้า เป็นการเดินทางไปในรูปแบบนักท่องเที่ยว และทำงานร้านนวดแผนไทย กำหนด 3 เดือน ค่าเดินทาง ค่าทำวีซ่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 60,000 บาท แต่สาย/นายหน้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ก่อน
เมื่อได้ทำงานแล้วจะได้หักค่าจ้างเป็นค่าดำเนินการ เมื่อ น.ส.อภิญญา ถึงดูไบ แจ้งทางไลน์ให้กับน.ส.สุภนิดา เมื่อวันที่ 26 ก.ค.65 ว่า ได้งานที่ไม่ตรงกับสัญญา และถูกบังคับ กักขังรวมทั้งให้ค้าประเวณี แต่น.ส.อภิญญาไม่ยินยอม จึงขอกลับประเทศไทย พร้อมบอกว่าถ้าอยากจะกลับบ้าน ก็ให้ญาติส่งเงินเป็นจำนวน 130,000 บาท
โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.อภิญญา นายประสิทธิ์จึงโอนเงินไปให้ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 12-13 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากโอนเงินไปให้แล้ว จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถติดต่อน.ส.อภิญญาอีกได้เลย เกรงว่า จะได้รับอันตราย จึงไปร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามตัว น.ส.อภิญญากลับประเทศไทย
นายบุญชอบ ยังเน้นย้ำให้แรงงานไทยที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ ขอให้เดินทางไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมี 5 วิธี ได้แก่ กรมการจัดหางานจัดส่ง บริษัทจัดหางานจัดส่ง นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศ นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างไปฝึกงานต่างประเทศ และคนหางานแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง
จึงขอแจ้งเตือนไปยังคนหางานที่ประสงค์เดินทางไปทำงานต่างประเทศไปทำงานด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าหลงเชื่อนายหน้า และสมัครเป็นสมาชิกเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะได้รับสิทธิประโยชน์การคุ้มครอง
หากประสบอันตราย เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ หรือประสบปัญหาในต่างประเทศ โดยสามารถศึกษาข้อมูลการเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ที่เว็บไซต์ www.doe.go.th/overseas ลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การบริหาร แรงงานไทยไปต่างประเทศที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th
เมื่อประสบปัญหาจากการสมัครงานหรือการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694