จิสด้า จับมือ สถาบันวิจัยการบินและอวกาศเกาหลี (KARI) และ ภาคี ร่วมหารือความปลอดภัยความมั่นคงด้านอวกาศ ยกระดับขีดความสามารถการเฝ้าระวังภัยจากอวกาศให้กับประเทศไทย

16 ก.ย. 65 – ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็ลทรัลพลาซา กรุงเทพฯ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA)

ร่วมกับสถาบันวิจัยการบินและอวกาศของเกาหลี หรือ KARI และเครือข่ายการทำงานด้าน Space Safety and Security จัดงานเสวนา Thailand Space Safety and Security เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานด้านความปลอดภัยในอวกาศ

ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษกจิสด้า และผอ.สำนักพัฒนาเทคโนโลยีกิจการอวกาศ กล่าวว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมอวกาศของ Bank of America Merrill Lynch ระบุว่า 80 ประเทศทั่วโลก มีดาวเทียมเป็นของตัวเองที่โคจรอยู่ในอวกาศ

นอกจากนี้ Union of Concerned Scientists ยังระบุอีกว่า มีดาวเทียมที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติการในอวกาศ 3,372 ดวง ส่วนมากเป็นดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำ หรือ Low Earth Orbit: LEO ในขณะที่โครงการ Starlink ของ SpaceX มีแนวโน้มส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในปีนี้อีกกว่า 12,000 ดวง

จากการคาดการณ์พบว่า ขยะอวกาศส่วนมากทำให้เกิดอุบัติเหตุการชนกันของดาวเทียมและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากต้นทุนของการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำ มีต้นทุนที่ต่ำลง ทำให้จำนวนวัตถุอวกาศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ดังนั้น ประเด็นด้านการจัดการจราจรอวกาศ หรือ Space Traffic Management หรือ STM และการเฝ้าระวังทางอวกาศ หรือ Space Situational Awareness หรือ SSA จึงเป็นความท้าทายและเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยต้องให้ความสำคัญอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุอวกาศที่อยู่ในวงโคจรระดับต่ำ ซึ่งรวมถึงดาวเทียมสำรวจโลกของไทยอย่างไทยโชต และดาวเทียมอีก 2 ดวงที่กำลังจะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในช่วงต้นปี 2566 อย่าง THEOS-2 และ THEOS-2A ด้วย

ดร.ณัฐวัฒน์ กล่าวอีกว่า หลายปีมานี้จะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านมีกิจกรรมด้านอวกาศอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะการส่งดาวเทียมไปกับจรวดนำส่ง และประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงจากการตกหล่นของชิ้นส่วนจรวด เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านในการนำส่งจรวด

ซึ่งที่ผ่านมาจิสด้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง แต่ละครั้งได้สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนมาโดยตลอด หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่สถานีอวกาศเทียนกงตกสู่โลกเมื่อปี 2561

แม้ว่าครั้งนั้นประเทศไทยจะมีแนวโน้มได้รับผลกระทบเพียง 0.01% เหตุการณ์ล่าสุดจรวด longmarch 5B ที่ตกกลับมาสู่โลกมีแนวโน้มตกลงประเทศไทยด้วยเช่นกันถึงแม้โอกาสจะน้อยก็ตาม แต่ก็สร้างความตระหนกให้กับประชาชนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

โฆษกจิสด้า กล่าวต่อว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางอวกาศให้มากขึ้น จิสด้าจึงร่วมมือกับ KARI และเครือข่ายการทำงานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงด้านอวกาศ

เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงด้านอวกาศทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เราได้เดินหน้าต่อในการจัดทำเป็นนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรในอวกาศให้กับประเทศไทย

เพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยหลังจากนี้จะมีการนำข้อคิดเห็นที่ได้จากการเสวนาไปศึกษาและหาประเด็นเพิ่มเติม เพื่อจัดทำเป็นนโยบายชาติต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน