พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ชินภัทร ในฐานะ ผอ.ศอปส.ตร. ประสานข้อมูลกับ ผบ.ยาเสพติด เมียนมา ลุยแก้ปัญหายาเสพติดเชิงรุก

วันที่ 29 ต.ค. 2565 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ด้วยปัญหายาเสพติดในประเทศไทยมีสถานการณ์หน้าที่เป็นห่วง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องการให้แสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รองผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอปส.ตร.

ไปพบปะหารือกับพลตำรวจจัตวา วิน อหน่าย เลขาธิการร่วมคณะกรรมการร่วม คณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด และผู้บัญชาการสำนักปราบปรามยาเสพติด ประเทศเมียนมา และคณะ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 65 ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.ชินภัทร เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นในการ หารือ 2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก เรื่องสารตั้งต้น เนื่องจากมีการส่งสารตั้งต้นจำนวนมากซึ่งทางไทยได้รวบรวมสถิติไว้ ผ่านจากประเทศไทยเข้าประเทศเมียนมา สารตั้งต้นนี้สามารถนำไปผลิตยาเสพติดประเภทไอซ์ และยาบ้า มีการอ้างอิงว่าสารตั้งต้นนี้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ

มีข้อมูลแน่ชัดว่าสารตั้งต้นนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการผลิตยาเสพติด เช่นสารตั้งต้นชื่อ โซเดียม ไซยาไนด์ น้ำหนัก 1 ตัน สามารถผลิตยาบ้าได้ 20 ล้านเม็ด หรือยาบ้าได้ 600 กิโลกรัม โดยในระยะ 4 ปี ที่ผ่านมาได้มีการเก็บสถิติการส่งออกสารตั้งต้นประเภทนี้ ผ่านประเทศไทย ปลายทางประเทศเมียนมาพบว่ามีจำนวนหลายเมตริกตัน

ทางคณะเจรจาหารือทางฝ่ายเมียนมา ได้ขอบคุณฝ่ายไทยที่ได้ให้ข้อมูล ถ้าไม่มีสารตั้งต้นก็ไม่สามารถผลิตยาเสพติดได้ นอกจากสารโซเดียม ไซยาไนด์ สารตั้งต้นที่น่าสนใจอีกประเภทใช้เกี่ยวกับยาเสพติดคือ คาเฟอีน โดยหน่วยปราบปรามยาเสพติดได้ให้ความสำคัญในการติดตามการใช้สารตั้งต้นทุกประเภทเพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์

พล.ต.อ.ชินภัทร กล่าวต่อว่า ประเด็นหารือที่ 2 คือการขอความร่วมมือจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดของทางการไทย โดย 1) ขอความร่วมมือทางการเมียนมาจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดกฎหมายยาเสพติดฝั่งไทย แล้วหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในฝั่งเมียนมาร์

2) ทางการเมียนมายินดีให้ความร่วมมือ จึงได้ส่งหมายจับและตำหนิรูปพรรณผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่สืบทราบว่ามาซุกซ่อนตัว เพื่อให้ทางการเมียนมาดำเนินการจับกุมส่งทางการไทยรับตัวไปดำเนินคดี 3) ข้อจำกัดฝ่ายเมียนมา ผู้ต้องหาส่วนใหญ่กระทำผิดทั้งสองฝั่ง ต้องดำเนินคดีฝั่งพม่าก่อนส่งให้ทางการไทย และมีการหลบหนีไปซุกซ่อนตัวกับชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน

4) ที่ผ่านมาทางการเมียนมาเคยจับกุมให้ทางการไทยมาโดยตลอด และจะทำการจับกุมให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อมีกระทำความผิดแล้วหลบหนีข้ามแดนต่อไป

พล.ต.อ.ชินภัทร กล่าวอีกว่า จะเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ตลอดจนการประสานความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด ในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ตาม นโยบาย 10 ข้อของพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. อย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน