เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ พระราชทานรางวัลในงานเทศกาลไหมไทย 2565
กว่า 7 ทศวรรษที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความสำคัญและทุ่มเทพระวรกายในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ผ้าไทยด้วยพระองค์เอง เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริม ตลอดจนเพื่อธำรงรักษาและฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมไทย
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในปี 2565 กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย จัดงานเทศกาลไหมไทย 2565 (Thai Silk Festival 2022) การแสดงแบบผ้าไทยร่วมสมัย และผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4 ภาค ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2565 บริเวณหน้าเพลนนารีฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โอกาสนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชทานเหรียญรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตถกรรมระดับประเทศ, ผู้ชนะในกิจกรรม “มหาดไทย ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และโล่รางวัลต้นกล้านารีรัตน ตามโครงการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล
รวมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเผยพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ผ้าไทย พร้อมกับพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด เผยแพร่ความงดงามของหัตศิลป์ไทย ตลอดจนนิทรรศการหม่อนไหม และนิทรรศการผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4 ภาค
จากนั้นทอดพระเนตรโซนออกบูธร้านค้า OTOP Luxury ทั้ง 4 ภาค เหนือ กลาง อีสาน ใต้ จำนวน 100 บูธ ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกวดผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา ซึ่งได้รับเหรียญพระราชทานต่างๆ รวมทั้งร้านค้าของศิลปินโอทอปที่มีชื่อเสียง และทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ผลงาน 10 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังซึ่งรังสรรค์ผลงานสุดประณีตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนำผ้าไทยมาตัดเย็บเป็นชุดดีไซน์ทันสมัย ณ ห้องเพลนารีฮอลล์ 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2565
สำหรับ 10 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ร่วมออกแบบครั้งนี้ ได้แก่ SIRIVANNAVARI Couture, KAI, TIRAPAN, PICHITA, PISIT, THEATRE, ASAVA, ISSUE, VATIT ITTHI และ WISHARAWISH โดยนำผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4 ภาค มาตัดเย็บเป็นชุดที่มีดีไซน์ทันสมัย อาทิ ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมยกดอก ผ้าปักชาวเขา ผ้าไหมหางกระรอก ผ้าบาติก ผ้าฝ้ายย้อมคราม ผ้าขาวม้า ผ้าหางกระรอก สะท้อนมุมมองของผ้าไทยในอีกมิติหนึ่ง
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับพระปฐมบรมราชโองการจากพระบรมชนกนาถ ด้วยการน้อมเกล้าฯ สืบสาน รักษา และต่อยอด งานด้านผ้าไทยของสมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อให้พี่น้องคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงน้อมนำสิ่งต่างๆ มาถ่ายทอดให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปีนี้เป็นปีที่ 3 เสด็จไปหัวเมืองต่างๆ ด้วยพระองค์เองครบทุกภูมิภาค เปิดโอกาสให้พี่น้องที่มีภูมิปัญญาเรื่องงานหัตถศิลป์ งานผ้าไทย งานหัตถกรรม เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ แล้วพระราชทานพระราชวินิจฉัยคำแนะนำในการพัฒนางานที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงริเริ่มและประกอบพระราชกรณียกิจมายาวนานกว่า 70 ปี
นอกจากทรงสืบสานงานการประกวดผ้าไทย ยังทรงต่อยอดฝ่าทะลวงปัญหาของผ้าไทยด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา พร้อมพระราชทานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ใช้ได้ทุกวัย ทุกโอกาส ทุกวาระ เพียงแต่รู้จักนำมาออกแบบตัดเย็บให้ถูกใจตัวเอง พระองค์ท่านมาพร้อมวิทยากรสมัยใหม่ตามที่ทรงศึกษาเล่าเรียนด้านแฟชั่น เช่น การผลิตชิ้นงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่าในวันนี้ประชาชนทั้งประเทศดีใจมากที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด งานด้านผ้าไทยของสมเด็จพระพันปีหลวง นอกจากจะเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบรมชนกนาถแล้ว พระราชกรณียกิจสำคัญของสมเด็จพระพันปีหลวง เราจะเห็นงานผ้าไทยกลับคืนสู่สังคมไทยอีกครั้ง
สำหรับผู้ชนะรางวัลพิเศษ 4 รางวัล ในการประกวด “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตถกรรมระดับประเทศ ประกอบด้วย รางวัล Best of The Best ได้แก่ นายวีรธรรม ตระกูลเงินไทย กลุ่มจันทร์โสมา จังหวัดสุรินทร์ ประเภทผ้ายก ยกเล็ก (ไหมยกดิ้น), รางวัลสีธรรมชาติยอดเยี่ยม ได้แก่ นายวิทวัส โสภารักษ์ กลุ่มแพรวาโสภารักษ์ ประเภทแพรวา, รางวัลลวดลายตามแบบพระราชทานยอดเยี่ยม
ได้แก่ นายวันเฉลิม ศรีภุยเดช เฮือนไหมมนัสวรรณ ไหมแท้ที่แม่ทอ จังหวัดอุดรธานี ประเภทผ้าขิด และรางวัล Young OTOP ได้แก่ นายศุภกิจ บุญมีเลี้ยง กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ผ้าไหมปูมโบราณบ้านโนนสง่า จังหวัดสุรินทร์ ประเภทผ้าไหมมัดหมี่ 3 ตะกอ และผู้ชนะเลิศรางวัลประเภทต่างๆ รวม 13 ประเภท
นายวีรธรรม ตระกูลเงินไทย กลุ่มจันทร์โสมา จังหวัดสุรินทร์ ประเภทผ้ายก ยกเล็ก (ไหมยกดิ้น) ได้รับรางวัล Best of The Best เปิดเผยว่านับเป็นพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ แนวคิดหลักคือการนำลวดลายผ้าพระราชทาน “ขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบและพระราชทานไว้ มาเป็นโจทย์หลักเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานชิ้นนี้ โดยการนำลวดลายผ้าขิดพระราชทานนั้นมาสร้างจินตนาการเพิ่มเติม ผสมผสานกับรูปแบบลายไทยที่ปรากฏในผ้ายกแบบราชสำนัก เพื่อสื่อถึงสายสัมพันธ์และสายใยพระเมตตา ความห่วงหาอาทรของราชสำนักที่หลั่งไหลสู่พสกนิกรไทยมาแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน