มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคดำเนินการฟ้องคดีปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม ประชุมนัดพิเศษ ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 กรณีควบรวมทรูดีแทค

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 นายเฉลิมพงษ์ กลับดี และ นางสาว ณัฐวดี เต็งพานิชกุล ได้รับมอบอำนาจ จากคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ “กสทช.” เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงานกสทช. โดยยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนมติกสทช. กรณีอนุมัติควบรวมบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดี แทค ชี้เหตุ เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุมนัดพิเศษของคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้เอกชน โดยมีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 อนุมัติ การรวมธุรกิจระหว่าง ทรู-ดีแทค โดยไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้-เสีย และ ประชาชน ทั่วไป , ไม่นำรายงานฉบับสมบูรณ์ของที่ปรึกษาต่างประเทศมาพิจารณา ประกอบ และรับฟังความคิดเห็นของบริษัทที่ปรึกษาอิสระ (บริษัทหลัก ทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด) เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน ต่อกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ กฎ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

การฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนมติของกสทช. เป็นมติจากที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 ยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ “กสทช.” และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงานกสทช. ในฐานะที่ “มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” ได้รับการจัดตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ ตามบทบัญญัติของกฎหมายและบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 46 แต่ ณ ปัจจุบัน ผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิอันพึงมีพึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์ที่คณะกรรมการกสทช. มติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 อนุมัติ การรวม ทรู-ดีแทค

นางสาวกชนุช แสงแถลง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ว่า จากเหตุนี้ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ เพราะเมื่อประเทศไทยเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่เพียง 2 เจ้าอย่างเป็นทางการ และบริษัทใหม่กลายเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ทันที มีส่วนแบ่งการตลาดเกินกว่าร้อยละ 50 ก่อให้เกิดการผูกขาดธุรกิจโทรคมนาคม โดยไม่ได้เกิดการพัฒนาด้าน คุณภาพ สุ่มเสี่ยงต่อการฮั้วราคา ส่งผลต่อค่าโทรศัพท์ที่จะเพิ่มขึ้นร้อย ละ 10 ถึง 200 รวมทั้งตลาดมือถือจะอยู่ในภาวะ การแข่งขันตกต่ำ ยาก เกินจะฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพเดิม จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คณะกรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคลงมติ ยื่นฟ้องคณะกรรมการกสทช. และสำนักงานกสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รับการ คุ้มครองตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ของผู้บริโภค ส่งเสริมและประสานงานให้ผู้บริโภคและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคมีส่วนในการคุ้มครองผู้บริโภค และดำเนินการเพื่อสาธารณะประโยชน์ การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ ที่ 2 เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“การฟ้องคดีนี้จึงเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ และถือได้ว่าเป็นการดำเนินการภายในขอบวัตถุประสงค์ของผู้ฟ้องคดี ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน เสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ ที่ 2 และเนื่องจากคณะกรรมการ กสทช.และ สำนักงาน กสทช.ไม่มีอำนาจ ในการพิจารณารับรายงานของบริษัททั้งสองไว้พิจารณา และทำให้ มาตรการหรือ เงื่อนไขเฉพาะของกสทช. ทั้งหมด เป็นโมฆะ โดยขอให้ เพิกถอนมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการ โทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมประชุมนัดพิเศษ ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 และเพิกถอนนิติกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับมติทั้งหมด และให้มีผลย้อนหลัง” นางสาวกชนุช ระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน