สัมพันธ์ดี! ทบ.อำนวยความสะดวก ทหารกัมพูชาเข้ารักษาตาที่รพ.พระมงกุฎเกล้า หลังช่วยคนไทยหลงป่าไปโผล่เขมร จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.66 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของทั้งสองประเทศ ทั้งในส่วนของทหารและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน ภายใต้นโยบายและการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก
ล่าสุดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว เกิดเหตุชาวบ้านหาของป่าพลัดหลงไปในพื้นที่ฝั่งกัมพูชาจนได้รับบาดเจ็บ และมีทหารกัมพูชาให้การช่วยเหลือจนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ภายหลังเกิดเหตุศูนย์ประสานงานชายแดนไทย – กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 และกองกำลังบูรพา ประสานนำชาวไทย ที่ประสบอุบัติเหตุกลับมารักษา ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศ จนอาการปลอดภัย
สำหรับในส่วนของทหารกัมพูชาที่ให้การช่วยเหลือราษฎรไทย คือ ส.อ.เซง ซวน สังกัดหน่วยทหารพัฒนาที่ 5 พนมฉัตร เข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลภูมิภาคทหารที่ 5 จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา แต่ยังมีอาการบาดเจ็บบริเวณดวงตาที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทางจาก
รองโฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าว พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ชื่นชมและแสดงความขอบคุณทหารกัมพูชาที่ให้ความช่วยเหลือราษฎรไทย พร้อมกับได้รับทราบถึงข้อจำกัดในด้านการแพทย์ ผู้บัญชาการทหารบกมอบให้กองทัพภาคที่ 1 เข้าประสานเรื่องการรักษาอาการบาดเจ็บของ ส.อ.เซง ซวน อย่างเต็มที่
โดยส่งทีมแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายสุรสิงหนาท อำนวยความสะดวกนำส่งเข้ารับการรักษาเฉพาะทางด้านจักษุ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กทม. เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องให้การดูแลและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จนกว่าอาการจะทุเลาและสามารถกลับไปรับการรักษาต่อที่กัมพูชา ซึ่งการช่วยเหลือดังกล่าวยังเป็นการแสดงไมตรีจิต ขอบคุณในความเสียสละของทหารกัมพูชาที่ให้การช่วยเหลือราษฎรไทย
“กองทัพบกไทย-กัมพูชา มีความสัมพันธ์ทางทหารที่ดี ผ่านกลไก ความร่วมมือในระดับต่างๆ รวมถึงการจัดลาดตระเวนร่วม และดำเนินโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน ซึ่งมีการพัฒนาร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่ผ่านมาพื้นที่ชายแดนด้านนี้ มีความสงบสุข ปลอดภัย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งถือเป็นความมั่นคงอย่างยั่งยืนของประเทศไทยและเพื่อนบ้าน” รองโฆษก ทบ. กล่าว




