อนุทิน แนะ โลกอยู่ยุค “กว่าจะเรียนจบ ความรู้หมดอายุพอดี” ชี้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นอีกทางเลือก สร้างโอกาสให้คน-ตอบโจทย์ทันต่อการลงทุนตลาดแรงงาน
วันที่ 9 ม.ค.2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. กล่าวระหว่างมอบแนวทางการทำงานให้กับคณะผู้บริหารสถาบัน
โดยมี นายนายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยน.ส.จุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบัน นำคณะผู้บริหารสถาบัน เข้าพบและรับมอบแนวทางการทำงานว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการพัฒนากำลังคน ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ได้รับผิดชอบกำกับดูแล
ซึ่งพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในกำกับก็จะเกิดประโยชน์ต่อกำลังคนของประเทศเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังมอบสารถึงสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ใจความสำคัญว่า “ไม่มียุคสมัยใดที่พันธกิจของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จะสอดคล้องกับความเป็นไปของโลกและตลาดแรงงานได้มากเท่ายุคนี้ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนผู้คนเริ่มตั้งคำถามกับระบบการศึกษาและใบปริญญาจนมีการพูดกันว่า “กว่าจะเรียนจบ ความรู้ก็หมดอายุพอดี” และมีความต้องการแสวงหาความรู้นอกห้องเรียนไปจนถึง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” มากขึ้น
รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถของแรงงานไทยโดยเน้นการส่งเสริมและพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอย่างเป็นปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มีภารกิจหลักในการให้การรับรองบุคคลด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้กำลังแรงงานได้เข้าถึงการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถในการประกอบอาชีพ และได้รับรองคุณวุฒิในระดับต่างๆ ควบคู่กันไป
ด้วยภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่ที่จะดึงดูดการลงทุนได้ในระดับสูง โดยเฉพาะจากการเป็นศูนย์กลางเส้นทางการขนส่ง ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสการมีงานทำของประชากรไทยทุกภาคส่วน
จึงต้องทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมกำลังแรงงานให้มีคุณภาพตอบโจทย์การลงทุนของตลาดแรงงานสากล โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จะเป็นอีกทางเลือกและกลไกหลักที่จะสร้างโอกาสนั้นให้แก่ประชาชน
