วันที่ 17 พ.ค. ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา เจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้เคลื่อนย้ายเรือหลวงอุดมเดช ขึ้นแท่นจัดแสดง ภายในพื้นที่โซนเรือรบของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ โดยถือฤกษ์งามยามดี เวลา 09.09 น.

ซึ่งถือเป็นเรือลำสุดท้ายที่ได้รับมาจากกองทัพเรือ โดยมีสักขีพยานที่ให้เกียรติมาร่วมชมการยกเรือ คือ ก๊วนตัวตึงเตรียมทหารรุ่น 10 (รุ่นเดียวกับนายกทักษิณ ชินวัตร) ซึ่งประกอบด้วย พล.ร.อ.รพล คำคล้าย พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน พล.ท.บรรพต งามกัณหา และพี่ชายที่น่ารักจากเตรียมทหารรุ่น 14 พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม รวมถึง รศ.ดร.รุจพร ชนะชัย คุณปรีชา อู่ทอง คุณอภิสิทธิ์ ธรรมใจ คุณสุพจน์ อ่อนบุญมี (ก้องเวหา ลูกปัจมา) และคุณวิภา ภาคีมิตร คณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า เจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้ยกเรือ ต.93 ขึ้นแท่นจัดแสดงไปแล้ว 1 ลำ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนการยกเรือหลวงอุดมเดช มีการปรับแผนงานโดยเลื่อนจากวันที่ 9 พ.ค. มาเป็นวันที่ 16 พ.ค. เนื่องจากมีการประเมินว่าฝนจะตกซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานและเรายึดหลัก Safety First หรือปลอดภัยไว้ก่อน

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการยกเรือสูงมาก เนื่องจากต้องใช้รถเครน 2 คัน ขนาด 500 ตัน และ 700 ตัน เพราะเรืออุดมเดช มีน้ำหนักถึง 220 ตัน และใช้ทีมงานมีความเชี่ยวชาญและชำนาญเฉพาะด้านจำนวนมาก ซึ่งการดำเนินงานทุกอย่างอาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

คนภายนอกอาจจะมองว่าเป็นงานที่ง่ายแต่แท้จริงแล้วเป็นงานที่มีรายละเอียดหลายประการ ต้องเตรียมการทุกขั้นตอนให้ดีที่สุด ซึ่งต้องขอขอบคุณคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ การกำกับดูแลจากท่านที่ปรึกษาทุกท่านที่ทำงานแข็งขันเกินความคาดหมาย ลืมเวลา ลืมร้อนกันเลย และที่สำคัญขอขอบคุณทุกแรงใจที่ส่งมาให้เจษฎาเทคนิคมิวเซียมทุกช่องทาง เราสัญญาว่าเราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดสมดั่งที่ทุกท่านรอคอยการเข้าชมเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่

พล.ร.อ.รพล คำคล้าย กล่าวว่า เมื่อเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่เปิดให้พี่น้องประชาชนได้เข้าชมแล้ว ทุกท่านสามารถแวะชมเรือหลวงอุดมเดช และเรือ ต.93 โดยจัดแสดงอยู่ในโซนเรือรบอยู่กึ่งกลางระหว่างอาคารธัญญาและอาคารชมเพลิน ซึ่งอาคารฝาแฝดของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ โดยเรือทั้งสองลำซึ่งเป็นเรือที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน น่าสนใจ เป็นที่ตราตรึงในหัวใจของคนไทย เนื่องจาก เรือ ต.93 เป็นเรือที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริว่ากองทัพเรือควรต่อเรือตรวจการณ์ไว้ใช้เอง และพระองค์ท่านได้พระราชทานคำแนะนำต่างๆ และร่วมทดสอบทางทะเลด้วยพระองค์เอง

สำหรับการยกเรืออุดมเดชขึ้นแท่นจัดแสดงในวันนี้ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เนื่องจากจะมีงานยากอื่นๆ ตามมาเพราะเรือถูกทิ้งไว้นาน ทั้งการทำสีเรือและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับมาจากกองทัพเรือเพื่อทำให้เรือคงสภาพเดิมให้มากที่สุด ซึ่งไม่เหนือความสามารถของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมอย่างแน่นอน เพราะทุกกิจกรรมมีการทำงานอย่างมีขั้นตอน มีระเบียบแบบแผน ไม่ใช่ทำแบบขอไปที และตนพร้อมที่นำความรู้หรือข้อมูลที่มีมาสนับสนุนการดำเนินงานของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมเพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าและสร้างสาธารณประโยชน์ให้กับส่วนรวมต่อไป

พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาชมการยกเรืออุดมเดชของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมในวันนี้ เรืออุดมเดชเป็นหนึ่งในเรือชุดเรือหลวงราชฤทธิ์ ที่ประกอบไปด้วย เรือราชฤทธิ์ เรือวิทยาคม และเรืออุดมเดช ถึงแม้ว่าเรืออุดมเดชจะเป็นเรือขนาดเล็ก แต่เคยเป็นเรือที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ มีอาวุธสูงสุดกล่าวคือมีความเร็วเรือสูงสุดและมีอาวุธนำวิถีที่สามารถต่อสู้กับเรือใหญ่ได้ทุกประเภท ถือเป็นเขี้ยวเล็บสำคัญของกองทัพเรือไทยในขณะนั้น และวันนี้ได้แสดงให้เห็นศักยภาพและเจตนารมณ์ของ ดร.ภาคภูมิ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจและลงทุนลงแรงในการบูรณะเรืออุดมเดชและเรือ ต.93 ให้สง่างามเพื่อจัดแสดงอวดโฉมให้ประชาชนและผู้สนใจได้เข้าชม

นอกจากนี้ ดร.ภาคภูมิ ยังได้รวบรวมยานพาหนะประเภทต่างๆ ไว้ในเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นรถโบราณ รถบั้บเบิ้ล รถการ์ตูน รถคลาสสิค รถถัง เครื่องบิน และยังมีสิ่งของสะสมโบราณ งานไม้แกะสลัก และงานศิลปะอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าต่อการศึกษาของเยาวชนและผู้ที่สนใจอย่างแท้จริง และสามารถทำให้ผู้ที่มาเที่ยวเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแล้วต้องกลับมาเที่ยวซ้ำได้อย่างแน่นอน

ด้านคุณปรีชา อู่ทอง กล่าวว่า ในส่วนของการบูรณะเรือหลวงอุดมเดช และเรือ ต.93 นั้น ผมต้องกราบขอบคุณท่านผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ที่ได้กรุณาสั่งการไปที่กรมกิจการพลเรือน ให้เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับกรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ และหน่วยงานอื่นๆ ของกองทัพเรือเพื่อนำวัสดุและอุปกรณ์ที่ถูกถอดออกตัวเรือทั้งสองลำมาบูรณะให้สมบูรณ์ใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด หากการดำเนินการบูรณะเรือทั้งสองลำแล้วเสร็จ กองทัพเรือจะได้ภาคภูมิใจว่าเรือที่ทรงคุณค่าทั้งสองลำไม่ถูกปล่อยปะละเลย และจะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนและคนในกองทัพเรือทุกชั้นยศต่อไป

และในโอกาสนี้ขอแสดงความชื่นชม ดร.ภาคภูมิ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการบูรณะเรืออุดมเดชและเรือ ต.93 รวมถึงการสร้างเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครปฐม สามารถเม็ดเงินและสร้างเศรษฐกิจให้กับคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

คุณอภิสิทธิ์ ธรรมใจ กล่าวปิดท้ายว่า หลังจากที่ทำการเคลื่อนย้ายเรืออุดมเดช และเรือ ต.93 ขึ้นแท่นจัดแสดงแล้ว แผนงานต่อไปของเจษฎาเทคนิคมิวเซียม คือ การปลูกต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ตาม Master Plan ที่วางไว้ ซึ่งต้นไม้ที่ ดร.ภาคภูมิ ได้ซื้อไว้มีมากมายหลายชนิด และมาจากหลายพื้นที่ อาทิ ต้นพูนทรัพย์ ต้นมหาโชค ต้นเสม็ดแดง ต้นหว้า ซึ่งต้นไม้เหล่านี้จะทำให้เกิดความร่มรื่น สร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มความชุ่มชื้นในบรรยากาศ และช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกหนึ่งทาง และในระหว่างที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมยังไม่เปิดให้บริการ ฝากแฟนเพจและผู้สนใจเข้าไปกดไลท์ กดแชร์ และติดตามรับชมข่าวสารความคืบหน้าต่างๆ ของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้ที่สื่อสังคมออนไลน์ Page Facebook : Jesada Technik Museum และช่อง Youtube : Jesada Technik Museum และสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-339468

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน