“พัชรวาท”ยกนโยบาย 3 ข้อ รับมือฤดูฝน กำชับเครื่องมือ – บุคลากรต้องพร้อม ระบบแจ้งเตือนทันท่วงที พร้อมติดตามฟีดแบค ศูนย์แก้ปัญหาน้ำท่วม – น้ำแล้ง

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่กรมทรัพยากรน้ำ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เดินทางไปตรวจติดตามการดำเนินงานศูนย์อำนวยการติดตามและแก้ไขปัญหาภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม โดยมีนายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาล กล่าวรายงาน


พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ตนมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่กําลังเกิดขึ้น มีหลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ทั้งด้านอุปโภคบริโภค และด้านเกษตรกรรม ดังนั้น จึงขอให้กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ภัยแล้งตามแผนและมาตรการที่กําหนดไว้จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ประเทศไทยกําลังจะเข้าสู่ฤดูฝนในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้า เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและบรรเทาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น ขอให้ทั้ง 2 หน่วยงาน ดําเนินการดังนี้ 1.ให้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากรให้พร้อมปฏิบัติงาน รวมถึงระบบโทรมาตรและระบบแจ้งเตือนให้สามารถตรวจวัดและแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนได้ทราบข้อมูล 2.ให้กรมทรัพยากรน้ำ เร่งพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำทุกประเภทและแก้มลิง สำหรับรองรับน้ำ กักเก็บน้ำไว้ใช้ในปีถัดไป 3.ให้กรมทรัพยากรน้ำ ตรวจสอบความมั่นคงและความปลอดภัยของอาคารบังคับน้ำ คันกั้นน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ


“ขอให้ปรับมาตรการดังกล่าว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และขอความร่วมมือทุกท่านร่วมกันปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยคํานึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติเป็นสําคัญ และขอเป็นกําลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถช่วยกันเร่งรัด แก้ไขปัญหา เพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าว

ด้านนายภาดล กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งใน 34 จังหวัด กรมได้แจกจ่ายน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค 5,430,533 ลิตร สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ 393,012 คน พื้นที่ได้รับประโยชน์ 460,457 ไร่ รวมทั้งสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือชาวเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ในพื้นที่ ระยอง จันทรบุรี ตราด 15.74 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) รวมพื้นที่ช่วยเหลือ 27,127 ไร่
ขณะที่นางอรนุช กล่าวว่า สามารถบรรเทาความเดือดร้อนด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร สามารถเพิ่มน้ำต้นทุน 28.5 ล้านลบ.ม. ประชาชนได้รับประโยชน์ 83,640 คน รวมพื้นที่ 43,000 ไร่ แจกจ่ายน้ำให้แก่ประชาชน ไม่น้อย กว่า 4.7 ล้านลิตร ประชาชนได้รับประโยชน์ 553,835 คน พร้อมดำเนินการเป่าล้างบ่อน้ำบาดาล ซ่อมแซมระบบประปาบาดาล ซ่อมแซมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ อีกทั้งได้แก้ไขปัญหาพื้นที่เกาะยาว จังหวัดพังงา ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคทุกปี จึงเข้าไปสำรวจ และเจาะพัฒนาบ่อน้ำบาดาล ทำให้ประชาชนได้รับประโยชนไม่น้อยกว่า 14,400 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน