เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 มี.ค. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจวัดได้ระหว่าง 59 – 68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 50 มคก./ลบ.ม. ซึ่งค่าฝุ่นมีค่าเกินมาตรฐานทุกสถานีตรวจวัดรวม 6 สถานี ได้แก่ 1.เขตบางนา มีค่าฝุ่น 53 มคก./ลบ.ม. 2.เขตวังทองหลาง มีค่าฝุ่น 53 มคก./ลบ.ม. 3.ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน มีค่าฝุ่น 57 มคก./ลบ.ม. 4.ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี มีค่าฝุ่น 58 มคก./ลบ.ม. 5.ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง มีค่าฝุ่น 53 มคก./ลบ.ม. และ6.ริมถนนพญาไท เขตราชเทวี มีค่าฝุ่น 52 มคก./ลบ.ม. ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกสถานี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ พบมีเมฆบางส่วนกับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ลักษณะเช่นนี้ อาจทำให้ปริมาณฝุ่นละอองเจือจางลงได้เล็กน้อย

ด้านนางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีคพ. กล่าวว่า ค่าฝุ่นละออง PM2.5 มักเกิดขึ้นในช่วงเดือนก.พ. – เม.ย. ของทุกปี เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้อต่อการกระจายตัว หรือสภาพอากาศนิ่ง ประกอบกับในเมืองหลวงจะมีตึกสูงบังทิศทางลมก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดฝุ่นนั้น ประชาชนทุกคนล้วนมีส่วนก่อฝุ่นดังกล่าวขึ้น จากการจราจร การก่อสร้าง การเผาเศษไม้ใบหญ้า โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามทาง คพ. ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว โดยที่ผ่านมาได้ประชุมหารือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กองบังคับการตำรวจจราจร กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการขนส่งทางบก เป็นต้น เพื่อหาแนวทางการป้องกันที่สงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เบื้องต้นหน่วยงานต่างๆ ได้เฝ้าติดตามตรวจสอบและแจ้งสถานการณ์ผ่านช่องทางต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อดูแลสุขภาพในเบื้องต้นได้

นางสุณี กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในการแก้ปัญหาได้มีการควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ รวมทั้งการตรวจสภาพรถโดยสาร เพิ่มจุดตรวจรถควันดำพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ของการเกิดฝุ่นละออง นอกจากนี้ยังเข้มงวดในพื้นที่การก่อสร้างต่างๆ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดถนน ซึ่งปกติทางกรุงเทพฯ จะทำความสะอาดทุกวันจันทร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามภาครัฐขอความร่วมมือจากภาคประชาชนดูแลรักษารถยนต์ของตนเองให้อยู่ในสภาพดี ช่วยลดการนำยานพาหนะส่วนบุคคลเข้าในเขตเมือง ให้ใช้รถร่วมกัน “ทางเดียวกันไปด้วยกัน” (Carpool) รวมทั้งหันมาใช้รถขนส่งสาธารณะมากขึ้น และงดการเผาเศษใบไม้ กิ่งไม้

ทั้งนี้ คพ.ระบุว่า ในการดูแลสุขภาพขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นละอองโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคเยื่อบุตาอักเสบ และโรคผิวหนัง ที่อาจเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก พร้อมทั้งปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ใช้หน้ากากป้องกันฝุ่น เลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ลดการใช้รถยนต์และการเผาขยะ และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ และติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อมูลของทางราชการอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน