จากกรณีที่ ด.ญ. ชลธาร หรือน้องต่าย อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียนบ้านสุขสำราญ อ.ประคำ จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อวันที่ 17 มี.ค. เป็นรายแรกของจังหวัด และรายที่ 6 ของประเทศ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่

ล่าสุด สาธารณสุขบุรีรัมย์ ร่วมกับ รพ. ระดมเจ้าหน้าที่เข้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับญาติ ชาวบ้าน และ นร. 143 คนที่ผ่านการคัดกรองเป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสสุนัขและใกล้ชิดกับน้องต่ายเพื่อป้องกันติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

ขณะที่นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า หลังจากสาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับ รพ.บุรีรัมย์ และ รพ.ปะคำ ได้ดำเนินการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยการเก็บน้ำลาย รากผม และชิ้นเนื้อจากเยื้อสมองของเด็กหญิงวัย 14 ที่เสียชีวิตไปตรวจ ผลยืนยันพบว่าติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทั้ง 3 ตัวอย่าง

ทั้งนี้จากการสอบสวนโรคพบว่าครอบครัวของเด็กที่เสียชีวิตได้ขอลูกสุนัขอายุประมาณ 1 เดือน ของคนรู้จักในอีกตำบลมาเลี้ยง 2 ตัว ในช่วงเดือน ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งน้องได้คลุกคลีใกล้ชิดกับลูกสุนัขตลอด และประวัติทราบว่าน้องได้ถูกลูกสุนัขข่วนที่แขนช่วงที่เลี้ยงสัปดาห์แรก

ทั้งยังทราบว่าลูกสุนัขตัวเดียวกันได้กัดพ่อ แม่ และยายของเด็กด้วย แต่ทั้ง 3 คนที่ถูกลูกสุนัขกัดได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ รพ. แต่ ด.ญ.วัย 14 ที่ถูกข่วนญาติไม่ได้พาไปฉีดวัคซีนเพราะคิดว่าถูกข่วนเพียงเล็กน้อยไม่มีบาดแผล หลังจากนั้นก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร

กระทั่งวันที่ 16 มี.ค. ญาติได้พาน้องไปรักษาที่ รพ.ปะคำ ด้วยอาการไข้สูง กระวนกระวาย ตื่นต่อสิ่งเร้ากระตุ้นง่าย โดยนอนรักษาที่ รพ.เพียงวันเดียววันต่อมาก็เสียชีวิต ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้ามีระยะฟักตัวตั้งแต่ 7 วันถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ถูกกัดหรือบริเวณที่ได้รับเชื้อว่าใกล้กับระบบสมองหรือไม่

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ยังได้ฝากเตือนผู้ที่เลี้ยงสุนัข แมว หนู หรือสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งสามารถติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ จะต้องนำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนตามกำหนดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค และหากใครถูกสุนัข แมว กัด ข่วน หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง ก็ควรจะรีบล้างแผลให้สะอาด ก่อนจะไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาในทันทีเพื่อความปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน