คิกออฟ 25 จังหวัดแรก เริ่มค้นหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบการศึกษา มุ่งสู่ Thailand Zero Dropout เผย พาเด็กกลับเข้าเรียนได้แล้ว 139,690 คน

วันที่ 17 ก.ค.2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout ให้กับคณะทำงาน 25 จังหวัด เพื่อจัดทำแผนดำเนินงานร่วมกัน

โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการของจังหวัด อาทิ ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และภาคีเครือข่ายรวมกว่า 250 คนเข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุม อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

คิกออฟ 25 จังหวัดแรก เริ่มค้นหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบการศึกษา มุ่งสู่ Thailand Zero Dropout เผย พาเด็กกลับเข้าเรียนได้แล้ว 139,690 คน

คิกออฟ 25 จังหวัดแรก เริ่มค้นหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบการศึกษา มุ่งสู่ Thailand Zero Dropout เผย พาเด็กกลับเข้าเรียนได้แล้ว 139,690 คน

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา 1,025,514 คน โดยจัดให้เป็นวาระแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout

ใน 4 มาตรการสำคัญ ‘ค้นหา-ช่วยเหลือ-ส่งต่อ-ดูแล’ เด็กและเยาวชน ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ได้แก่ 1.มาตรการค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ผ่านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การค้นพบเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา

2.มาตรการติดตาม ช่วยเหลือ ส่งต่อ และดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา โดยบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแต่ละรายอย่างเหมาะสม ทั้งด้านการศึกษา สุขภาวะ สภาพความเป็นอยู่ และสภาพสังคม

3.มาตรการจัดการศึกษาและเรียนรู้แบบยืดหยุ่น มีคุณภาพ และเหมาะสมกับศักยภาพของเด็กและเยาวชนแต่ละราย มีเป้าหมายให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาและการพัฒนาเต็มศักยภาพของตนเอง

4.มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมจัดการศึกษาหรือเรียนรู้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ในลักษณะ Learn to Earn

ทั้ง 4 มาตรการกำลังดำเนินงานโดย 11 หน่วยงานที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์กรมหาชน) และ กสศ.

โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ ทุกจังหวัดได้เริ่มกระบวนการค้นหาและช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั้งประเทศ โดยมีแอปพลิเคชัน ‘Thai Zero Dropout’ สนับสนุนภารกิจ สำรวจค้นหา จัดทำแผนการดูแลรายบุคคล วางแผน ช่วยเหลือ และเชื่อมโยง ส่งต่อการช่วยเหลือทั้งระดับพื้นที่และระดับประเทศ รวมถึงการติดตามความก้าวหน้า

จากการติดตามข้อมูลเด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2567 ของนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และองค์กรปกครองท้องถิ่น พบว่า จากตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษา 1,025,514 คน ณ 30 พฤศจิกายน 2566 ในภาคเรียนที่ 1/2567 เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ได้กลับเข้าเรียนในระบบแล้วจำนวนทั้งสิ้น 139,690 คน คิดเป็นร้อยละ 13.6 ของเด็กนอกระบบการศึกษา

จำแนกเป็นการเข้าเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและอนุบาล จำนวน 109,850 คน (ร้อยละ 78.64) ระดับชั้น ป.1-ป.3 จำนวน 14,585 คน (ร้อยละ 10.44) ระดับชั้น ป.4-ป.6 จำนวน 3,599 คน (ร้อยละ 2.58) ระดับชั้น ม.1-ม.3 จำนวน 6,823 คน (ร้อยละ 4.88) และระดับชั้น ม.4-ม.6 รวม 4,833 คน (ร้อยละ 3.46)

“กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับนโยบายThailand Zero Dropout เป็นอย่างมาก มีการประชุมความคืบหน้าเรื่องนี้ทุกสัปดาห์ โดยมีพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่งเป็นประธานคณะทำงานเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่มีคณะทำงานในระดับพื้นที่ตั้งแต่ระดับจังหวัดสู่ตำบลจากหลากหลายกลุ่มและหลายระดับที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาจาก 25 จังหวัด

ที่จะเป็นกลุ่มแรกเริ่มต้นกระบวนการคันหา คัดกรอง เตรียมการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เพื่อรองรับเด็กและเยาวชนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น สร้างการเรียนรู้หรือการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ให้กลับเป็นพลเมืองที่เพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองและสังคม หากเราสามารถดึงเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้จนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน

จะส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 3 ของ GDP อันเนื่องมาจากรายได้ตลอดชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังสามารถป้องกันปัญหาสังคมและอาชญากรรมอันเป็นผลพวงมาจากความยากจนได้” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า สำหรับมาตรการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ มี Roadmap บันได 5 ขั้นในการทำงาน

ได้แก่ บันไดขั้นที่ 1 การสำรวจข้อมูลเด็ก Dropout เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษารายบุคคล และพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บันไดขั้นที่ 2 การติดตามช่วยเหลือเด็ก Dropout ได้เป็นรายบุคคล ผ่านเครือข่ายความร่วมมือของสหวิชาชีพ บันไดขั้นที่ 3 เด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีทางเลือก ตอบโจทย์ชีวิต

โดยมีนวัตกรรมการศึกษารูปแบบต่าง ๆ รองรับบันไดขั้นที่ 4 เด็กและเยาวชนได้รับการส่งต่อผ่านหุ้นส่วนการศึกษา ตามแนวคิด All for Education ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ในพื้นที่ การระดมทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ในพื้นที่ บันไดขั้นที่ 5 เด็กและเยาวชนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินงานของบันไดขั้นแรก ในปี 2567 นี้จะเริ่มจาก 25 จังหวัดแรกที่มีประสบการณ์ดำเนินงานตามแนวคิดการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของ กสศ. และโครงการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่น ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 เรื่อง

คือ 1.เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางและมาตการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ตามมติคณะรัฐมนตรี ให้กับหน่วยงานระดับพื้นที่

2.เพื่อแนะนำการใช้งานระบบสารสนเทศ เครื่องมือ และกระบวนการ สนับสนุนหน่วยงานระดับพื้นที่ใช้ดำเนินมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์

3.ร่วมกันจัดทำร่างแผนการดำเนินงานระยะ 6 เดือนแรกของจังหวัด

“หลังการประชุมปฏิบัติการนี้ ทั้ง 25 จังหวัด จะเกิดคณะกรรมการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ในระดับจังหวัด และตำบล มีการปฏิบัติการค้นหา ส่งต่อ และช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย

และการดำเนินการอื่น ๆ ตาม 4 มาตรการที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หลังจากนั้นอีก 1 ปีให้หลังในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 กระทรวงศึกษาธิการ กสศ. และ 11 หน่วยงานจะได้จัดทำข้อมูล เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง” ดร.ไกรยสกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน