กรมลดโลกร้อน ครบรอบ 1 ปี แสดงผลงาน “ภารกิจพิชิตโลกเดือด” ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 60.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมมุ่งหน้าทำงานเข้มข้นเต็มกำลัง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้มีการจัดกิจกรรมแสดงนิทรรศการ “1 ปี กรมลดโลกร้อน ภารกิจพิชิตโลกเดือด” และการประกาศมาตรการการลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single – use plastic) โดยมีหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ร่วมแสดงความยินดี พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุนกองทุนสวัสดิการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ครบรอบ 1 ปี กรมลดโลกร้อน ได้มุ่งมั่นดำเนินงานให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย โดยด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ที่ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี 2564 – 2573 ตั้งเป้าหมายดำเนินการเอง 33.3% และขอรับการสนับสนุนจากต่างประเทศ 6.7% รวมเป็น 40% เทียบกับกรณีปกติ ภายในปี 2573 พร้อมติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Nationally Determined Contribution: NDC ของประเทศ ปี 2564 จำนวน 25 มาตรการ ซึ่งลดก๊าซเรือนกระจกได้ 60.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ดร.พิรุณ กล่าวอีกว่า ขณะที่ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้จัดส่งแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) ไปยังสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) พร้อมทั้งได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ “การบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสาขาสาธารณสุข ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งการเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ…. และการพัฒนาศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ขณะเดียวกันยังคงดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ อย่างเข้มแข็ง

ดร.พิรุณ ระบุว่า สำหรับก้าวต่อไป กรมลดโลกร้อน จะเร่งผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ…. เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความพร้อมในการพัฒนาเมือง และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้และแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องดำเนินภารกิจอย่างเข้มข้น เพื่อนำไปสู่ผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์ ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามที่ประเทศไทยได้ประกาศไว้กับประชาคมโลก
