ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ยาเสพติดให้โทษเป็นวาระแห่งชาติและให้ทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการในการสกัดกั้น ตาม พรบ.ยาเสพติดทุกชนิด ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกันสนองนโยบายตามวาระดังกล่าวซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ภาณุรัตน์
หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค ๔ ได้ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ทำการบูรณาการสืบสวนจับกุมและสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดให้โทษ นั้น
ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบช.ตชด,
พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภาค8, พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส ,นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ,นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ,พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด.,พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง.ผบช.ตชด.รรท.ผบก.ภาค4, พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ,พ.ต.อ.เสกสรร อินทรสิทธิ์ รอง.ผบก.ตชด.ภาค 4 ,พ.ต.อ.พิมณรัตน์ ธรรมาธิปติ์ ผกก.ตชด.42,พ.ต.อ.โชติ เพชรหนองชุม ผกก.สภ.กะปาง,นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส.,นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผชช.สปป. ,ว่าที่ ร.อ.สัณฑธรรม ดีอนันต์ศิริ ผอ.ปป.5,นายรัชพล ปาละกูล ผชช.ปปส.ภ.8, นายศิริวัฒนา ชาติภิรมย์ ผอ.บก. ปปส.ภ.8,นายชัยรัตน์ แก่นแก้ว ผอ.ตส. ปปส.ภ.8,นายถิรนาท เอสะนาชาตัง นายอำเภอทุ่งสง
ได้ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นำโดย
พ.ต.ท.กิติพัฒน์ รื่นรวย รอง ผกก.ตชด.๔๒ ,พ.ต.ท.ธรรมนูญ ศรีประไพ ผบ.ร้อย ตชด.๔๒๗, ร่วมกันสืบสวนขยาย ผลในคดีที่จับกุม จำนวน 1 คดี ผู้ต้องหา 3 ราย ดังนี้
๑. นายอนันต์สิทธิ์หรือโด้ ไชยสิทธิ์ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 120 ม.10 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
สถานที่จับกุม บริเวณบ้านเลขที่ 71 ม.11 ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
๒.นางสาวกันธิชาหรือแอ๋ว เสียงดี หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-8097-00149-46-4 อายุ
34 ปี ที่อยู่ 73 ม.10 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
3.นายวันเฉลิมหรือกุ๊ก ทองเสือ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-8009-00110-43-1 อายุ 35
ปี ที่อยู่ 73 ม.10 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านเช่าไม่ทราบเลขที่ บ้านควนปลิง ม.10 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.
นครศรีธรรมราช ต่อเนื่อง บริเวณถนนข้ามรางรถไฟ บ้านควนปริง ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจ ำหน่ำยยำเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตำมีน/ยำบ้ำ) โดยมีไว้
เพื่อจ ำหน่ำย โดยเป ็ นกำรกระท ำเพื่อกำรค้ำ เป ็ นกำรก่อให้เกิดกำรแพร่กระจำยในกลุ่มประชำชน และพยำยำมจ ำหน่ำยยำเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตำมีน/ยำบ้ำ) อันเป ็ นกำรกระท ำเพื่อกำรค้ำ”
รวมของกลางในคดี ๑.ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท ๑ (ยาบ้า) จำนวน ๑,960,000เม็ด
๒.รถบรรทุก 10 ล้อพ่วง(หัวลาก) จำนวน 1 คัน 3.รถยนต์กระบะ จำนวน ๑ คัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน ๑ คัน 5.โทรศัพท์ จำนวน 4 เครื่อง
พฤติการณ์ในการจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒9 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก
สายลับว่า สามารถสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 5 ถุง หรือ 1,000 เม็ด จากนางสาวกันธิชาหรือแอ๋ว เสียงดี และนายวันเฉลิมหรือกุ๊ก ทองเสือ ได้ซึ่งได้ข้อมูลจากสายลับว่านายวันเฉลิมฯ มียาบ้าจำนวนมาก
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและมีคำสั่งให้ทำการล่อซื้อจับกุมในทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ให้สายลับทำ การล่อซื้อยาบ้า จำนวน 5 ถุง หรือ 1,000 เม็ด ใน ราคา 9,500 บาท จากนางสาวกันธิชาหรือแอ๋ว เสียงดี และนายวันเฉลิมหรือกุ๊ก ทองเสือ จากนั้น น.ส.กันธิชาฯ ได้ให้นายอนันต์สิทธิ์หรือโด้ ไชยสิทธิ์ นำยาบ้าดังกล่าวมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้จับกุมตัวนายอนันต์สิทธิ์ฯ ได้พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 1,000 เม็ด จากนั้นได้ขยายผลไปจับกุมตัวน.ส.กันธิชาฯ ที่บ้านเช่าไม่ทราบเลขที่ บ้านควนปริง ม.10
ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และพบว่านายวันเฉลิมฯ กำลัง ขึ้นรถบรรทุก จะนำยาบ้า จำนวน 1,960,000 เม็ด ไปส่งให้กับลูกค้าใน พื้นที่จ.พัทลุง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,960,000 เม็ด ซึ่งจากการสอบถามพบว่า มีนายสุรเชษฐหรือตุ๊ก บุญสิทธิ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ของภาคใต้ เป็นผู้สั่งการอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการทลายเครือข่ายของผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ครั้งใหญ่ เนื่องจากเป็นการตัดตอนยาเสพติดที่จะแพร่กระจายในชุมชนได้เป็นจำนวนมาก ส่วนยาเสพติดที่จับได้ในครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 20,000,000 บาท พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท ในส่วนของผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดทั้งหมดเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย สำหรับทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำความผิดอยู่ระหว่างการตร