ผบช.น. เป็นประธานงานเกษียณอายุราชการตำรวจนครบาล ขอบคุณครอบครัวให้ตำรวจได้ทำงาน ยังอยู่ราชการอีก 1 ปี พร้อมสานต่องานในหน้าที่เพื่อส่งต่อให้รุ่นถัดไป

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เดินทางเป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.นิตินันท์ เพชรบรม จตร.รรท.ผบก.ศฝร.บช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รอง ผบช.น. ผบก.น.3,5,6,7,8, ผบก.สปพ. ผบก.อคฝ. ผบก.จร. ผบก.อก.บช.น. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีมอบประกาศเกียรติคุณข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น. เกษียณอายุราชการประจำปี พ.ศ.2567 มอบดอกไม้และลอดซุ้มกระบี่เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้เกษียณราชการ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ กล่าวเป็นตัวแทนข้าราชการเกษียณสังกัดบช.น.อำลาหน่วยว่า ผมขอเป็นตัวแทนเพื่อนที่เกษียณอายุราชการ ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในการจัดงานเกษียณอายุราชการ ซึ่งถือเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีแก่ผู้เกษียณอายุราชการ โดยอยากพูดใน 2 มิติ คือในมิติแรกพูดคุยกับเพื่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 จากงานจากอาชีพที่เรารัก สิ่งสำคัญที่ผมจะฝากคือขอท่านกลับไปดูแลครอบครัว ดูแลบุพการีหากท่านยังมีชีวิตอยู่ ดูแลบุตรหลาน ถือว่าเป็นสอ่งสำคัญของชีวิตตำรวจที่เราละเลยจากการทำงานของเรา ต่อมาในเรื่องการออกกำลังทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ เพื่อนทุกท่าน เราจะได้อยู่ดูความสำเร็จของลูกหลาน ครอบครัวและญาติมิตร เราต่อไปให้ได้นานที่สุด และสุดท้ายกับเพื่อนข้าราขการตำรวจคือท่านต้องมีสังคมที่มีความพอเหมาะพอดี ในการออกงานสังคม ท่านที่จะต้องอยู่ที่บ้าน จะต้องมีงานสังคมบ้าง ก็ด้วยความพอเหมาะ และอีกมิติที่จะฝากถึงพี่น้องข้าราชการตำรวจที่ยังปฏิบัติราชการอยู่ ชีวิตผมเติบโตจากครอบครัวตำรวจตั้งแต่เกิด ผมรักในอาชีพตำรวจ องค์กรนี้สร้างเกียรติยศชื่อเสียง ความมีอยู่ มีกิน มีใช้จากอาชีพตำรวจ ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือผมอยากจะฝากคือ ขอให้พวกเรารักกันสามัคคีกัน ทำงานในหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ แล้วก็ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ขณะเดียวกันความมีวินัยในตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมยึดถือปฏิบัติ จึงขอฝากไว้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกท่าน ผมยังรักองค์กรและการทำงานยังอยากให้องค์เป็นที่พึ่งพิงของประชาชนให้นานที่สุด ถึงแม้อาจจะมีมรสุมเข้ามา ในที่สุดแล้วผมเชื่อว่าองค์กรตำรวจจะปกป้องพิทักษ์รักษาสถาบัน และพิทักษ์พี่น้องประชาชน ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ

“และท้ายที่สุดผมขอขอบคุณบุคคล 3 ส่วน คือส่วนแรกคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งผมมายืนอยู่ตรงนี้เพราะท่าน ผมภาคภูมิใจในชีวิตของการเป็นตำรวจและรักศักดิ์ศรี ส่วนที่ขอบคุณ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ในปีที่แล้วผมคิดที่จะเออนี่รีไทร์ เพื่อเอายศพล.ต.ท. ท่านเสนอแนะให้ความเห็นให้กลับไปถามภรรยา ซึ่งเราตัดสินใจรับราชการช่วยงานท่าน ผมจะทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ท่านเป็นรุ่นน้องผม 1 ปี แต่ความผูกพันเรามีมาตั้งแต่นักเรียนนายร้อยตำรวจถึงปัจจุบัน ท่านเป็นตำรวจที่ผมกล้าพูดได้ว่า รักองค์กร รักลูกน้อง ถึงแม้บางอย่างบุคลิก ผมกับท่านจะมีความแตกต่างกัน แต่ผมพูดได้เลยว่าสิ่งที่ท่านมี ท่านรักองค์กรและไม่เคยฆ่าลูกน้อง ถ้าลูกน้องทำงานในหน้าที่มีปัญหามีข้อผิดพลาดในหน้าที่ ผมเห็นมาตลอดท่านไม่เคยทิ้งและคิดแก้ไขปัญหาให้มาโดยตลอด ผมพูดจากความรู้สึก และสุดท้ายขอบคุณภรรยาที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับผมมาตั้งแต่ผมเป็นนักเรียนเตรียมทหารมากกว่า 43 ปี ที่เรารู้จักและใช้ชีวิตที่ออกไปทำงานติดตามคนร้ายออกไปต่างจังหวะดก็ได้ภรรยาคุณแหม่มดูแลลูกทำให้ลูก 3 คนเติบโตมีหน้าที่การงานที่มั่นคงที่สำคัญคือเป็นคนดี ผมก็ถือว่าหลังจากที่เกษียณอายุราชการก็จะได้ทำหน้าที่สามี ทั้งพ่อ ทั้งปู่ ทั้งตา ให้กับครอบครัว ท้ายที่สุดขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกประทานพร ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ มีกำกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อสร้างชื่อเสียงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและวงศ์ตระกูลสืบไป” รองผบช.น. ที่เกษียณอายุราชการกล่าว

ด้านพล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า แด่ พี่ เพื่อน น้องๆ ยุคหลัง ผมขอเป็นตัวแทนน้องทุกคนในกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่จะกล่าวคำสดุดีถึงพี่ๆ ทุกคนที่จะต้องพ้นจากชีวิตราชการในวันที่ 1 ตุลาคม และในวันที่ 30 กันยายนนี้ เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิบัติหน้าที่ของพี่ๆ ทุกคน เหตุผลที่เลือกใช้สถานที่นี้เพราะมันเคยมีภาพจำของการทำงานร่วมกัน สถานที่นี้หลายคน พี่ๆ หลายท่านเคยมานั่งสัมมนา ประชุม แถลงนโยบาย หรือจัดงานเลี้ยงต่างๆ เราเคยมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ในสถานที่ เป็นเรื่องที่เกิดความรู้สึกทุกครั้งเวลาที่จะต้องมากล่าวในวาระที่ต้องจากกัน สิ่งหนึ่งที่พี่หนุ่มหรือ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ กล่าวไป ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดพี่หนุ่มตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ 35 ปี ของความสัมพันธ์ ความรู้สึกที่ผมนอนหน้าห้อง ความรู้สึกเป็นอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น ทันทีที่ผมเห็นหน้าพี่หนุ่มทุกครั้งผมจะต้องแสดงความเคารพให้เร็วกว่าที่พี่หนุ่มจะแสดง มันเป็นความผูกพันที่ไม่สามารถจะอธิบายได้หมด เช่นเดียวกันกับพี่ๆ ทุกท่านต้องเกษียณอายุไป ในวาระนี้ พี่ๆ มีภาพจำแตกต่างกันไปของบุคคล กับเพื่อนร่วมงาน กับผู้บังคับบัญชา กับผู้ใต้บังคับบัญชา ขอให้เก็บความรู้สึกเป็นเรื่องดีงามระหว่างกันและกันไว้ ผมและน้องๆ จะอยู่ในราชการ ผมเพียงแต่เสียสละให้พี่เกษียณก่อน 1 ปี เดี๋ยวจะตามไป มันเป็นความมุ่งมั่น (Commitment) อย่างหนึ่ง พี่หนุ่มได้มาพูดคุยเมื่อปีที่แล้วว่าอยากจะพักแล้ว อาจจะมีพี่ๆ หลายท่านมีความรู้สึกแบบพี่หนุ่มที่ได้เข้าโครงการเออรี่รีไทร์ในปีนี้

“เราอยู่ในการทำงานแบบคลาสิกโมเดล (Classic Model) บางทีก็เรียกโอลด์โมเดล (Old Model) เป็นแพลตฟอร์มเก่าแก่ของหน่วยงานของรัฐหน่วยงานหนึ่ง มีเวลาก่อนเกษียณไม่เยอะ บุคคลที่ผมจะต้องขอบคุณและแสดงความเคารพมากที่สุดคือคนในครอบครัวของพี่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ภรรยาหรือบุตร ที่ยอมเสียสละให้พี่มาทำงานกัน ยอมให้ใช้เวลาส่วนตัว ยอมให้ความสุขแก่ชีวิตครอบครัวมันหายไป น้อยคนที่เขายอมรับได้และใจกว้างขนาดนี้ หลายครอบครัวไม่ใช่เฉพาะอาชีพตำรวจ มีเหตุอาจจะต้องแยกกัน เพราะเอาเวลาของครอบครัวไปให้ในส่วนอื่น แต่คนที่นั่งอยู่ข้างพี่ผมเคารพน้ำใจอันประเสริฐของพี่ๆ ขอแสดงความขอบคุณพี่น้องทุกคนแทนข้าราชการตำรวจทุกคน แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้มานั่งคุยกันในวันนี้ ก่อนเราจะต้องจากกันไปอาจจะเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการในวันสุดท้ายขอข้าราชการ ผมขอให้พี่และครอบครัวได้แต่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่คาดหวังหลังจากนี้ไปไม่ว่าเป็นการเริ่มต้นประกอบกิจการ ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่จะบอกพี่ไว้ว่าน้องๆ ที่ยังอยู่ในราชการก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างที่จะสนับสนุนในสิ่งที่พี่ตั้งใจจะทำสำเร็จด้วยวิธีการและกำลังที่เรามี ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และช่วยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนหยัดมาได้จนครบ 101 ปีและจะถูกส่งต่อให้รุ่นต่อไป” ผบช.น. กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน